Japan Rail Times
The
Rail Way
to Travel
Matsuri-Side-Banner-(Left)
Rail Travel

เอื้อมไปให้ถึงดาว กับ HIGH RAIL 1375

เอื้อมไปให้ถึงดาว กับ HIGH RAIL 1375

รถไฟ HIGH RAIL 1375 เป็นรถไฟที่มีคอนเซ็ปต์คือ “รถไฟที่ใกล้ท้องฟ้าที่สุด” และเป็นรถไฟที่ผู้โดยสารสามารถเห็นวิวแนวเทือกเขายัตสึงะทาเกะของนากาโนะซึ่งเป็นวิวที่เห็นได้ตามทางรถไฟเส้น JR Koumi Line (小海線) โดยทางรถไฟสายนี้เป็นทางรถไฟที่มีหนึ่งในสถานีรถไฟที่ตั้งอยู่สูงที่สุดในญี่ปุ่น นอกจากนี้ รถไฟ HIGH RAIL 1375 ยังเป็นรถไฟที่วิ่งไปตามทางรถไฟที่สูง 1,375 เมตร ซึ่งนับว่าที่สูงสุดในบรรดาทางรถไฟทั้งหลายของ JR จึงเป็นที่มาของชื่อ HIGH RAIL 1375 นั่นเอง!

 

ถึงจะเป็นรถไฟที่ไม่ค่อยได้รับความสนใจนัก แต่ตัวฉันเองก็สนุกกับการนั่งรถไฟขบวนนี้มากจนยกให้เป็น Joyful Train ขบวนโปรดของฉันเลย นอกจากนี้ จังหวัดนากาโนะที่เต็มไปด้วยภูเขาใหญ่และจุดชมธรรมชาติสวยงามเองก็เป็นจังหวัดที่ฉันชอบที่สุดของญี่ปุ่นอีกด้วย ซึ่งฉันมักจะมาที่จังหวัดนี้เพื่อทำกิจกรรมเดินป่า ในทริปเที่ยวญี่ปุ่นที่ผ่านมา ฉันพยายามจัดตารางเพื่อให้มีเวลานั่ง HIGH RAIL 1375 ได้ จนถึงตอนนี้ฉันได้นั่ง HIGH RAIL 1375 มาแล้วสี่ครั้ง ครั้งแรกในช่วงเช้า อีกครั้งในตอนกลางวัน และสองครั้งในช่วงกลางคืน โดยการนั่งรถไฟในแต่ละช่วงเวลาต่างมีความสนุกที่ต่างกันออกไป!

 

เพลิดเพลินไปกับวิวมุมสูงของเทือกเขายัตสึงะทาเกะ

ภาพวิวเทือกเขายัตสึงะทาเกะที่เห็นได้จากขบวนรถ HIGH RAIL 1375 (เครดิตรูปภาพ: JR East / Carissa Loh)

 

 รถไฟขบวนนี้เป็นรถไฟที่วิ่งระหว่าง Kobuchizawa และ Komono บนทางรถไฟสาย JR Koumi Line ทำให้เราเห็นวิวสวยงามของเขายัตสึงะทาเกะและทุ่งหญ้ากว้างสีเขียวได้จากบนขบวนรถ โดยวิวเทือกเขายัตสึงะทาเกะนี่เองที่เป็นไฮไลท์ของทางรถไฟสายนี้ จนทำให้ทางรถไฟสาย JR Koumi Line มีอีกชื่อเรียกว่า Yatsugatake Highland Line (八ヶ岳高原線) บนขบวนรถ HIGH RAIL 1375 มีที่นั่งแบบเดี่ยวและแบบคู่หลายที่นั่งซึ่งต่างหันเข้าหาหน้าต่างเพื่อให้ผู้โดยสารเพลิดเพลินไปกับวิวเขาสูงได้ ถ้าคุณมีเวลา ฉันขอแนะนำให้แวะลงรถไฟไปเดินขึ้นเขายัตสึงะทาเกะ ที่นั่นมียอดเขาหลายจุดให้ไปพิชิตและเส้นทางเดินที่หลากหลาย โดยมีทั้งคอร์สแบบไปเช้าเย็นกลับและคอร์สค้างคืน

 

เพดานโดมท้องฟ้าจำลองบน HIGH RAIL 1375. (เครดิตรูปภาพ: JR East / Carissa Loh)

 

ตามธีมของรถไฟที่เป็นรถไฟสูงใกล้ฟ้า ความเก๋ไก๋ของรถไฟขบวนนี้คือเพดานโดมท้องฟ้าจำลองและมุมหนังสือดาราศาสตร์เล็กๆ บนขบวนรถ นอกจากนี้ บรรดาคนรักดาราศาสตร์ที่นั่งรถไฟเที่ยวกลางคืนก็จะยังได้สนุกกับทัวร์ดูดาวฟรีที่โนเบะยามะ ซึ่งจัดเป็นหนึ่งในจุดชมดาวที่ดีที่สุดของญี่ปุ่นอีกด้วย!

 

นั่งแบบคู่ที่หันเข้าหาหน้าต่าง (ซ้าย) ที่นั่งแบบเดี่ยวที่หันเข้าหาหน้าต่าง (กลาง) ดีไซน์ผ้าคลุมเบาะ (ขวา) (เครดิตรูปภาพ: JR East / Carissa Loh)

 

ภายในตู้รถไฟมีที่นั่งสีน้ำเงินเข้มที่เต็มไปด้วยลวดลายกลุ่มดาว พร้อมผ้ารองศีรษะสีเหลืองที่ตัดกัน โดยส่วนมากในหนึ่งวันจะมีรถวิ่งสามเที่ยว ได้แก่เที่ยวตอนเช้า บ่าย และกลางคืน ถ้าคุณมีเวลา ฉันขอแนะนำให้ลองนั่งเที่ยวกลางวันหนึ่งครั้งและเที่ยวกลางคืนหนึ่งครั้ง

 

Brunch ที่ทั้งอร่อยและเฮลตี้

Brunch Set ที่เสิร์ฟบน HIGH RAIL 1375 (เครดิตรูปภาพ: JR East / Carissa Loh)

 

รถไฟ HIGH RAIL 1375 จะมี “Meal Options” ที่ต้องจองล่วงหน้าสามวัน ซึ่งจะต่างจาก Joyful Train ขบวนอื่น โดยรถไฟเที่ยวเช้าจะมี Brunch Set (~2,500 เยน) เที่ยวบ่ายจะมี Dessert Set (~1,600 เยน) และเที่ยวกลางคืนจะมี Cutlet Sandwich Set (~1,700 เยน)

 

ตั๋วที่นั่งที่จองไว้ และตั๋ว Brunch Set (ซ้าย) และผักสดใหม่หวานอร่อยที่เสิร์ฟบนรถ (ขวา) (เครดิตรูปภาพ: JR East / Carissa Loh)

 

ฉันได้มีโอกาสลอง Brunch Set อยู่ครั้งหนึ่ง และมันอร่อยมากอย่างไม่น่าเชื่อ! ภายในเซ็ตจะมีเนื้อแฮมอบและแซนด์วิชผักที่ปรุงจากวัตถุดิบท้องถิ่นที่ผลิตในนากาโนะ พร้อมกันนี้ ในเซ็ตจะมีเครื่องเคียงเป็นมันฝรั่งย่างหัวเล็กพอดีคำ กับผักตามฤดูกาลที่มีซอสมิโสะให้จิ้ม รวมถึงกราโนล่าโฮมเมด และชาเขียวหนึ่งขวด

 

ในเซ็ตนี้ ส่วนที่ฉันชอบที่สุดคือคือผักตามฤดูกาลและซอสมิโสะ เพราะฉันไม่เคยได้ลิ้มรสผักที่อร่อยและมีรสชาติดีขนาดนี้มาก่อน! ด้วยความที่ฉันมาจากสิงคโปร์ ซึ่งผักส่วนมากในประเทศเราต่างถูกนำเข้ามา ทำให้ความสดใหม่ของผักที่เสิร์ฟในเซ็ตนี้อร่อยมากเป็นพิเศษ และเป็นครั้งแรกด้วยที่ฉันได้เห็นฝักถั่วสีเหลือง

 

สวนผักบนที่ราบสูงตามทางรถไฟสาย JR Koumi Line (เครดิตรูปภาพ: JR East / Carissa Loh)

 

แถบที่ราบสูงตามทางรถไฟสาย Koumi Line เป็นพื้นที่ที่มีชื่อในฐานะแหล่งปลูกผักที่โตได้เฉพาะบนเขาและที่ราบสูง (高原野菜 kogen yasai) และตามแนวทางรถไฟเส้นนี้มีสวนผักหลายแปลงที่ปลูกกะหล่ำปลีและผักกาด ในตอนกลางวันคุณสามารถนั่งรถไฟชมสวนผักเหล่านี้ได้จากบนรถไฟ HIGH RAIL 1375 ซึ่งอากาศสะอาดและสภาพดินของที่ราบสูงนี่เองที่เป็นปัจจัยที่เหมาะสมสำหรับการปลูกผักเหล่านี้

 

อีเว้นท์พิเศษบนรถไฟเที่ยวกลางคืน “Hoshizora”

ตั๋วรอบโชว์ท้องฟ้าจำลอง (ซ้าย) และโชว์ในห้องท้องฟ้าจำลอง (ขวา) (เครดิตรูปภาพ: JR East / Carissa Loh)

 

ถ้าคุณได้ขึ้นรถไฟเที่ยวกลางคืน อย่าลืมไปจับจองตั๋วเข้าชมท้องฟ้าจำลองที่ทางเข้ากันนะคะ! โชว์ท้องฟ้าจำลองสั้นๆ 6 นาทีนี้เป็นกิจกรรมพิเศษเฉพาะรถไฟเที่ยวกลางคืนเท่านั้น ซึ่งจะจัดในห้องบนขบวนรถด้วยการฉายภาพขึ้นไปบนเพดานทรงโดม โดยมีไกด์คนท้องถิ่นเป็นผู้บรรยายให้เราฟัง

 

สถานีรถไฟ Nobeyama ในตอนกลางคืน (ซ้าย) และถนนมืดๆ รอบสถานี (ขวา) (เครดิตรูปภาพ: JR East (left), JR East / Carissa Loh (right))

 

อีกกิจกรรมที่มีเฉพาะรถไฟเที่ยวกลางคืนเท่านั้นคือการแวะที่สถานี Nobeyama  (野辺山駅) เป็นเวลา 50 นาที ซึ่งสถานีแห่งนี้นับเป็นสถานีที่ตั้งอยู่สูงสุดในบรรดาสถานีรถไฟของ JR พื้นที่โนเบะยามะเป็นสถานที่ที่นักดาราศาสตร์ยกให้เป็นหนึ่งใน 3 อันดับจุดชมดาวที่ดีที่สุดของญี่ปุ่นที่เห็นดาวได้สวยที่สุด ที่นี่จะมีไกด์คนท้องถิ่นมาพาคุณไปทัวร์ดูดาวฟรีๆ ซึ่งฝ่ายที่ทำการของเมืองเป็นหนึ่งในผู้ร่วมจัดกิจกรรมนี้ และในระหว่างที่พวกเรากำลังเดินทัวร์ ทางเมืองจะดับไฟถนนและไฟที่จอดรถในบริเวณให้เพื่อให้เราเห็นดาวได้ชัดขึ้น

 

ไกด์ผู้ใจดีของเราที่จะมาพาเราไปทัวร์ดูดาวยามค่ำคืน (เครดิตรูปภาพ: JR East / Carissa Loh)

 

ทั้งสองครั้งที่ฉันได้ไปร่วมทัวร์ดูดาวก็จะได้คุณลุงคนนี้มาเป็นไกด์ให้ โดยคุณลุงคนนี้เคยทำงานที่ศูนย์อวกาศมาก่อน ระหว่างเดินทัวร์ คุณลุงจะคอยชี้กลุ่มดาวต่างๆ ให้เราดู และเล่าเรื่องราวที่ผูกอยู่กับกลุ่มดาวนั้นๆ ให้เราฟังด้วย

 

คำแนะนำ: ช่วงฤดูหนาวเป็นช่วงที่ดีที่สุดเพราะท้องฟ้ากลางคืนจะแจ่มใสและอากาศแห้งกว่าฤดูอื่นๆ ของปี ช่วงฤดูร้อนมักจะมีอากาศแจ่มใสในตอนกลางวันแต่จะมีเมฆครึ้มในตอนกลางคืน ทำให้เราเห็นดาวได้น้อยลง  ถ้าฝนตกอยู่หรือท้องฟ้ามีเมฆมากเกินไป ทางผู้จัดทัวร์จะพาคุณไปที่โรงยิมเพื่อชมภาพฉายดวงดาวแทน และเพราะเป็นการชมดาวบนภูเขาสูง อากาศตอนกลางคืนอาจจะหนาวได้แม้ในฤดูร้อน เพราะฉะนั้นอย่าลืมพกเสื้อกันหนาวมาด้วยนะคะ!

 

Nobeyama: สถานีรถไฟ JR ที่ตั้งอยู่สูงที่สุด

การแวะพักสั้นๆ ที่สถานี JR Nobeyama (เครดิตรูปภาพ: JR East / Carissa Loh)

 

ในรถไฟเที่ยวกลางวัน รถไฟจะแวะจอดเป็นเวลาประมาณ 10 นาทีที่สถานี Nobeyama ให้คุณได้ลงไปถ่ายรูปที่สถานีรถไฟที่ตั้งอยู่สูงที่สุดในญี่ปุ่น ความสนุกอย่างหนึ่งของบรรดาสถานีรถไฟสาย JR Koumi Line คือการที่ป้ายชื่อสถานีจะมีดีไซน์พิเศษเฉพาะ HIGH RAIL 1375 ด้วย! แทนที่จะเป็นป้ายกระดานสีขาวธรรมดา ป้ายชื่อสถานีจะมีพื้นหลังสีฟ้าและเขียวที่สื่อถึงภูเขาและท้องฟ้า ซึ่งเข้ากันกับการตกแต่งของรถไฟทีเดียว

 

จุดที่สูงที่สุดบนทางรถไฟของ JR (เครดิตรูปภาพ: JR East / Carissa Loh)

 

จุดที่สูงที่สุดของทางรถไฟ JR (JR鉄道最高地点) นั้นตั้งอยู่ระหว่างสถานี Nobeyama และ Kiyosato (清里駅) โดยอยู่ที่ความสูง 1,375 เมตร ที่นั่นมีเสาหลักที่แสดงถึงจุดที่สูงที่สุดของทางรถไฟ JR และขณะที่รถไฟวิ่งเข้ามาใกล้ รถไฟจะวิ่งชลอลงให้คุณถ่ายรูปได้

 

มุมโปสต์การ์ดที่ระลึกบนขบวนรถ HIGH RAIL 1375 ในฤดูใบไม้ร่วง (ซ้าย) และฤดูร้อน (ขวา) (เครดิตรูปภาพ: JR East / Carissa Loh)

 

 บนขบวนรถตรงบริเวณทางขึ้น-ลง จะมีโมเดลจำลองเสาหลักดังกล่าวอยู่ ซึ่งคุณสามารถหยิบโปสต์การ์ดที่ระลึกได้ฟรีบนรถ โดยตัวการ์ดจะเปลี่ยนไปตามแต่ละฤดู

 

โอโมเตนาชิ: การต้อนรับที่รอเราอยู่ตลอดทางของ HIGH RAIL 1375

พนักงานประจำสถานีรถไฟที่มาต้อนรับผู้โดยสารยังสถานี Nakagomi Station. (เครดิตรูปภาพ: JR East / Carissa Loh)

 

เวลานั่ง Joyful Train อย่างหนึ่งที่เราคาดหวังได้เลยก็คือ omotenashi หรือการต้อนรับฉบับคนญี่ปุ่น ที่สถานี Nakagomi (中込駅) พนักงานประจำสถานีที่สวมเสื้อฮัปปิที่มีดีไซน์ของ HIGH RAIL 1375 พร้อมถือป้ายขนาดใหญ่และพัดน่ารักมารอทักทายเรา ตัวพัดนั้นมีรูป Arukuma มาสคอตประจำจังหวัดนากาโนะที่สวมชุดเครื่องแบบนายสถานี JR โดยรอยยิ้มที่อบอุ่นและการโบกมือต้อนรับอย่างกระตือรือร้นของบรรดาพนักงานเป็นอะไรที่เรียกรอยยิ้มจากพวกเราผู้โดยสารได้ไม่ยากเลย

 

ถ่ายรูปกับพร๊อพบนขบวนรถ HIGH RAIL 1375 (เครดิตรูปภาพ: JR East / Carissa Loh)

 

บนขบวนรถไฟจะมีบอร์ดและพร๊อพถ่ายรูปเพื่อเก็บความทรงจำให้กับการเดินทางของเรา โดยมีให้เลือกถ่ายหลายแบบตามเวลาต่างๆ ของวัน ตลอดการเดินทางจะมีพนักงานรถไฟมาคอยเวียนถามว่ามีผู้โดยสารคนไหนอยากถ่ายรูปกับพร๊อพหรือไม่ และจะช่วยเป็นตากล้องให้ถ้าเราขอ

 

พนักงานรถไฟ HIGH RAIL 1375 (เครดิตรูปภาพ: JR East)

 

พนักงานรถไฟที่ร่าเริงแจ่มใสเหล่านี้ต่างพร้อมที่จะช่วยให้การเดินทางของเราสนุกขึ้นกว่าเดิม!

 

ของขวัญในแคมเปญ SNS ฤดูร้อนของ HIGH RAIL 1375 (เครดิตรูปภาพ: JR East / Carissa Loh)

 

ในบางโอกาสก็จะมีอีเว้นท์ตามฤดูกาลบนขบวนรถด้วย เช่นแคมเปญโซเชียลมีเดีย (SNS) ที่ฉันเคยเข้าร่วมตอนขึ้นรถในเดือนสิงหาคม 2019 เพียงโพสต์ภาพการเดินทางโดย HIGH RAIL 1375 ของคุณบน SNS พร้อมใส่แฮชแท็กที่กำหนด ก็จะรับถาดรองแก้ว HIGH RAIL 1375 และสติ๊กเกอร์เป็นของขวัญกลับบ้านได้เลย!

 

รถไฟ HIGH RAIL 1375 กับเทือกเขายัตสึงะทาเกะเป็นฉากหลัง (เครดิตรูปภาพ: JR East)

 

 รถไฟ HIGH RAIL 1375 เป็นรถไฟที่มีตู้รถสองคัน โดยตู้รถ 1 มีที่นั่งที่หันเข้าหาหน้าต่างและมุมจำหน่ายสินค้า ส่วนตู้รถ 2 มีที่นั่งแบบปกติที่หันไปทางหัวขบวนรถและมีท้องฟ้าจำลอง ภายนอกของขบวนรถตกแต่งด้วยเฉดสีฟ้าเพื่อสื่อถึงท้องฟ้าและมีรูปวาดเขายัตสึงะทาเกะและดาวบนท้องฟ้า

 

เลือกของที่ระลึกติดมือบน HIGH RAIL 1375

มุมของที่ระลึกบน HIGH RAIL 1375. (เครดิตรูปภาพ: JR East / Carissa Loh)

 

ที่มุมจำหน่ายสินค้า คุณสามารถซื้อขนมต่างๆ และของที่ระลึกที่มีเฉพาะ HIGH RAIL 1375 ได้ โดยมีเครื่องเขียนมากมายเช่นปากกา กล่องดินสอ แฟ้ม และพวงกุญแจที่เหมาะสำหรับน้องๆ นักเรียน แต่รู้หรือไม่? รถไฟ HIGH RAIL 1375 เป็นรถไฟที่ได้รับความนิยมในกลุ่มนักเรียนเพราะอีกเหตุผลหนึ่ง เพราะการออกเสียง HIGH RAIL (ハイレール haireeru) ในภาษาญี่ปุ่นพ้องเสียงกับคำว่า haireru (入れる) ที่หมายถึง “สามารถเข้าได้” ซึ่งเครื่องเขียนที่จำหน่ายเหล่านี้จะมีคำขวัญเขียนว่า “ให้เรื่องที่เรียนเข้าหัวของเรา!” (お勉強が頭にはいれ~る!) และนักเรียนหลายคนจะซื้อพวงกุญแจไว้เป็นเครื่องรางเพื่อขอพรให้เข้าโรงเรียนที่หวังได้

 

กาชาปองของที่ระลึกราคา 100 เยนในมุมจำหน่ายสินค้า (ซ้าย) และของที่ระลึกของฉัน (ขวา) (เครดิตรูปภาพ: JR East / Carissa Loh)

 

หนึ่งในของที่ระลึกที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือ กาชาปอง (ガチャポン ของเล่นใส่แคปซูล) เพียงหยอดเหรียญ 100 เยน คุณก็สามารถรับเข็มกลัดรูปกลุ่มดาวต่างๆ กลับไปได้ โดยมีดีไซน์ทั้งหมด 12 ดีไซน์ แถมยังมีดีไซน์ “ปริศนา” อีกสองดีไซน์ หลังลองดูหลายๆ ครั้งและได้เข็มกลัดที่เหมือนกันมาสามคู่ ในที่สุดฉันก็ได้เข็มกลัดดีไซน์ปริศนาทั้งสองดีไซน์มาได้

 

วันท้องฟ้าแจ่มใส ณ Kaikoen (เครดิตรูปภาพ: JR East / Carissa Loh)

 

ด้วยวิวที่ราบสูงสวยงามและระยะทางที่ไม่ไกลจากเมืองใหญ่อย่างโตเกียวและนากาโนะ การเดินทางด้วย HIGH RAIL 1375 จึงเป็นทริปเดินทางที่สะดวกสำหรับนักท่องเที่ยวในแถบนี้ สถานีที่แวะหยุดพักตลอดเส้นทางยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าไปเช่น Kaikoen (懐古園) ที่ไปได้จากสถานี Komoro, Shirakoma Pond และ Koke-no-mori (白駒の池・苔の森) ที่ไปได้จาก Yachiho, Seisenryo (清泉寮) ที่ไปได้จากสถานี Kiyosato และ RESORT OUTLETS YATSUGATAKE (八ヶ岳リゾートアウトレット) ที่ไปได้จากสถานี Kobuchizawa

 

 

จะขึ้น HIGH RAIL 1375 ได้อย่างไร

HIGH RAIL 1375 วิ่งในช่วงสุดสัปดาห์และวันหยุดราชการญี่ปุ่นเป็นหลัก โดยมีรอบวิ่งพิเศษเพิ่มในช่วงวันศุกร์ถึงวันอังคารในช่วงฤดูร้อน โดยในหนึ่งวัน HIGH RAIL 1375 จะมีรอบวิ่งสามเที่ยว และให้บริการระหว่างสถานี JR Kobuchizawa (小淵沢駅) และ JR Komoro (小諸駅) คุณสามารถเช็คตารางและกำหนดการได้ที่นี่

 

คุณสามารถขึ้นรถ HIGH RAIL 1375 ได้ที่สถานี JR Sakudaira ซึ่งนั่งไปถึงได้โดยชินกันเซนจากสถานี JR Tokyo (東京駅) หรือคุณสามารถนั่งชินกันเซ็น 20 นาทีจากสถานี JR Nagano (長野駅) เพื่อไปสถานี JR Sakudaira ได้เช่นกัน ทุกที่นั่งบน HIGH RAIL 1375 เป็นที่นั่งที่ต้องจองเท่านั้น ดังนั้นอย่าลืมเข้าไปจองที่นั่งกันที่นี่นะคะ

 

คุณสามารถจองมื้ออาหารบนรถได้ที่ JR East Travel Service Center ในสถานีรถไฟหลัก เช่นสถานี Tokyo สถานี Ueno สถานี Shinjuku และอื่นๆ โดยที่สถานีหลักเหล่านี้จะมีเจ้าหน้าที่ที่พูดอังกฤษได้ประจำอยู่เพื่อคอยช่วยเหลือในทุกเรื่องของการเดินทางของคุณ

 

จากซ้ายไปขวา: JR EAST PASS (Nagano, Niigata area), JR EAST PASS (Tohoku area) และ JR TOKYO Wide Pass (เครดิตรูปภาพ: JR East / Carissa Loh)

 

คุณสามารถขึ้นรถไฟ HIGH RAIL 1375 ได้ฟรีโดยใช้ตั๋ว Pass ต่างๆ ของ JR East เช่น JR TOKYO Wide Pass, JR EAST PASS (Nagano, Niigata area) และ JR EAST PASS (Tohoku area) ซึ่งทั้งหมดล้วนมาพร้อมส่วนลดมากมายสำหรับการเดินทางโดยรถไฟ

 

เครดิตรูปภาพส่วนหัวบทความ: JR East / Carissa Loh
Translated by ANNGLE

 

บทความที่เกี่ยวข้อง

Share this article:
TSC-Banner
Matsuri-Side-Banner-(Right)