Japan Rail Times
The
Rail Way
to Travel
Niigata-Left
Rail Travel

ซากุระซีรีส์ #1: จุดชมดอกซากุระที่มีฉากหลังเป็นภูเขาหิมะ

ซากุระซีรีส์ #1: จุดชมดอกซากุระที่มีฉากหลังเป็นภูเขาหิมะ

ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีสี่ฤดู ได้แก่ ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ร่วง และฤดูหนาว ฤดูกาลจึงเป็นหนึ่งในปัจจัยสําคัญสําหรับนักท่องเที่ยวทั่วโลกที่โหยหาการเดินทางไปญี่ปุ่นซ้ำๆ ไม่ว่าจะเป็นการสัมผัสกับฤดูใบไม้ผลิสีชมพู ฤดูร้อนสีเขียวขจี ฤดูใบไม้ร่วงที่ปกคลุมด้วยสีแดงเข้ม หรือฤดูหนาวที่มีหิมะสีขาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งสําหรับผู้ที่มาจากสิงคโปร์ซึ่งเป็นประเทศเขตร้อนที่ไม่เคยได้สัมผัสกับฤดูกาลใดๆ เลย (เว้นเสียแต่คุณจะถือว่าฤดูร้อนเป็นฤดูกาลเดียวตลอดทั้งปี)

 

ดอกซากุระ (桜 sakura) มีความหมายเทียบได้กับญี่ปุ่นในฤดูใบไม้ผลิ จนอาจกล่าวได้ว่าญี่ปุ่นเป็น "ประเทศแห่งดอกซากุระ" เลยก็ว่าได้ ดอกซากุระจะบานสะพรั่งเกือบทุกที่ทั่วประเทศในฤดูใบไม้ผลิ แต่มีบางพื้นที่ที่ถูกเลือกมาเพื่อคนที่อยากชมดอกซากุระโดยเฉพาะ ในพื้นที่เหล่านี้เราสามารถชมดอกซากุระที่มีฉากหลังเป็นภูเขาหิมะ ซึ่งเป็นทิวทัศน์ที่ตัดกันมากและสามารถเพลิดเพลินได้ในสถานที่เพียงไม่กี่แห่งเท่านั้น และคุณอาจจะสนใจเมื่อได้รู้ว่าภูเขาหิมะส่วนใหญ่ที่แนะนําในบทความนี้มีชื่ออยู่ใน "100 ภูเขาญี่ปุ่นที่มีชื่อเสียง" (日本百名山 Nihon Hyaku-meizan) ซึ่งเป็นหนังสือที่เขียนโดยนักปีนเขาฟุคาดะ เคียวยะ (深田久弥) ในปี 1964

 

สถานที่ชมดอกซากุระที่มีฉากหลังเป็นภูเขาในญี่ปุ่นตะวันออก (เครดิตภาพ: Google Maps)

 

ในบทความนี้ ฉันจะมาแบ่งปันสถานที่พิเศษที่นักท่องเที่ยวจะได้ตื่นตาตื่นใจกับทิวทัศน์ที่ตัดกันอย่างสวยงามของสองฤดูกาลในเวลาเดียวกัน ซึ่งเกิดขึ้นได้เฉพาะในประเทศที่มีสี่ฤดูกาลอย่างเช่นญี่ปุ่นเท่านั้น การชมดอกซากุระ (花見 hanami) เป็นหนึ่งในกิจกรรมยามว่างที่คนญี่ปุ่นชื่นชอบในฤดูใบไม้ผลิ แต่การชมดอกซากุระที่มีฉากหลังเป็นภูเขาจะยิ่งสวยงามมากเป็นพิเศษ นี่คือทิวทัศน์ที่สวยงามเกินบรรยายซึ่งหาชมได้เฉพาะในสถานที่และเวลาที่เหมาะสมเท่านั้น ดังนั้นมาดูกันว่าเราจะสามารถดูได้ที่ไหนบ้าง!

(หมายเหตุ: บทความนี้เป็นตอนที่ 1 จากซีรีส์ซากุระ 3 ตอน ซึ่งเน้นฤดูใบไม้ผลิที่กําลังจะมาถึงที่ญี่ปุ่นเป็นพิเศษ โปรดทราบว่าช่วงเวลาที่ดอกซากุระบานในบทความด้านล่างขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ)

 

① สวนสาธารณะฮิโรซากิ (弘前公園)

สวนสาธารณะฮิโรซากิในฤดูใบไม้ผลิ (เครดิตภาพ: JNTO)

 

ก่อนอื่นเรามาเริ่มกันที่จังหวัดอาโอโมริ (青森県 Aomori-ken) จังหวัดที่อยู่เหนือสุดในภูมิภาคโทโฮคุ (東北地方 Tōhoku-chihō) จุดชมซากุระที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งของภูมิภาคอยู่ที่สวนสาธารณะฮิโรซากิ ในเมืองฮิโรซากิ (弘前市 Hirosaki-shi) ซึ่งเป็นที่ตั้งของปราสาทฮิโรซากิ (弘前城 Hirosaki-jō) ที่นี่คือสถานที่หลักสําหรับการชมดอกซากุระในเมือง นักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศต่างแห่แหนกันมาที่นี่ในช่วงฤดูใบไม้ผลิทุกปีเพื่อเข้าร่วมเทศกาลดอกซากุระฮิโรซากิประจําปี (弘前さくらまつりHirosaki sakura-matsuri) ที่กลีบดอกซากุระสีขาวอมชมพูจะปกคลุมไปทั่วทั้งสวน

(หมายเหตุ: ฉันเคยเขียนบทความเกี่ยวกับฮิโรซากิมาก่อน หากคุณวางแผนจะไปเยี่ยมชมเมืองนี้ ก็อย่าลืมตามอ่านบทความเหล่านั้นเพื่อที่คุณจะได้ไม่พลาดอะไรไป!)

 

ช่วงชมดอกซากุระ: ปลายเดือนเมษายนถึงต้นเดือนพฤษภาคม

 

ฉากหลัง: ภูเขาอิวากิ (岩木山)

ภูเขาอิวากิ (เครดิตภาพ: จังหวัดอาโอโมริ)

 

ในวันที่อากาศแจ่มใส นักท่องเที่ยวที่สวนสาธารณะฮิโรซากิจะสามารถมองเห็นภูเขาอิวากิที่อยู่ไกลออกไปได้ ภูเขาอิวากิเป็นภูเขาไฟที่ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของจังหวัด และยังเป็นภูเขาที่สูงที่สุดในอาโอโมริด้วยความสูง 1,625 เมตร ภูเขาลูกนี้น่าสนใจเพราะมีความคล้ายคลึงกับภูเขาไฟฟูจิ (富士山 Fuji-san) ที่มีชื่อเสียงจากรูปทรงกรวยที่สมมาตรแบบเดียวกัน ทำให้ภูเขาลูกนี้ถูกเรียกว่า สึการุฟูจิ (津軽富士) ด้วย โดยที่สึการุเป็นชื่อในอดีตของภูมิภาคทางตะวันตกของอาโอโมรินั่นเอง

 

การเดินทาง

ขึ้นรถไฟ JR Ou Main Line (JR奥羽本線 Ōu-honsen) จากสถานี JR Shin-Aomori (JR新青森駅 Shin-Aomori-eki) ไปยังสถานี JR Hirosaki (JR弘前駅 Hirosaki-eki) ขึ้นรถบัส Dotemachi Loop Bus ทางฝั่งตะวันตกของสถานีรถไฟ แล้วไปลงที่ป้ายรถบัส Shiyakusho-mae ใช้เวลาเดิน 5 นาทีจากป้ายรถบัสจะถึงสวนสาธารณะฮิโรซากิ

 

② สวนสาธารณะเซชิ (勢至公園)

สวนสาธารณะเซชิในจังหวัดอาคิตะ (เครดิตภาพ: Akita Prefecture)

 

ในเมืองนิคาโฮะ (にかほ市 Nikaho-shi)  จังหวัดอาคิตะ (秋田県 Akita-ken) มีสวนสาธารณะเซชิ  ขนาด 28 เฮกตาร์ที่นักท่องเที่ยวสามารถชมต้นซากุระได้มากถึง 1,000 ต้น สวนแห่งนี้เป็นสถานที่ยอดนิยมสําหรับการชมดอกไม้ในฤดูใบไม้ผลิ และหลายคนมาที่นี่เพื่อพักผ่อนหย่อนใจด้วยการมองดูกลีบดอกซากุระที่ปกคลุมไปทั่วทั้งบริเวณ แต่ที่นี่ต่างจากจุดชมซากุระอื่นๆ ตรงที่มีทิวทัศน์อันตระการตาของภูเขาที่อยู่ไกลออกไปเหนือทะเลสาบคันนอน (観音潟 Kannon-gata

 

ช่วงชมดอกซากุระ: กลางถึงปลายเดือนเมษายน 

 

ฉากหลัง: ภูเขาโชไก (鳥海山)

ภูเขาโชไกที่ปกคลุมไปด้วยหิมะอยู่ในฉากหลัง (เครดิตภาพ: Akita Prefecture)

 

ภูเขาโชไกเป็นภูเขาไฟอีกหนึ่งลูกที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งใน 100 ภูเขาที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่น ภูเขาลูกนี้สูงที่สุดในภูมิภาคโทโฮคุด้วยความสูง 2,236 เมตร โดยหันหน้าไปทางทะเลญี่ปุ่นทิศตะวันตก  นอกจากนี้ยังได้รับเกียรติให้เป็นที่รู้จักกันในนามเดวะฟูจิ (出羽富士) ซึ่งแปลว่า  "ฟูจิแห่งเดวะ" (เดวะเป็นชื่อในอดีตของจังหวัดที่อยู่ระหว่างอาคิตะและยามากาตะ) เนื่องจากมีรูปร่างคล้ายกับภูเขาไฟฟูจิเช่นเดียวกับภูเขาอิวากิ

 

สิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับภูเขาโชไกคือ ภูเขานี้มีชื่อเรียกอื่นๆ ขึ้นอยู่กับว่านักท่องเที่ยวมองภูเขานี้จากที่ใด เนื่องจากภูเขาลูกนี้คล้ายคลึงกับภูเขาไฟฟูจิและมีที่ตั้งทางภูมิศาสตร์คร่อมกันอยู่ โดยจะถูกเรียกว่า อาคิตะฟูจิ (秋田富士) เมื่อมองจากอาคิตะ หรือโชไนฟูจิ (庄内富士) เมื่อมองจากยามากาตะ นอกจากนี้ยังเป็นหนึ่งในภูเขาไม่กี่ลูกที่ถูกกําหนดให้เป็นโบราณสถานแห่งชาติของญี่ปุ่น (記念物  Kinenbutsu) ซึ่งเป็นหมวดหมู่ย่อยของทรัพย์สินทางวัฒนธรรมของประเทศ (文化財  bunka-zai) ไม่ว่าอย่างไร นักท่องเที่ยวก็คงจะไม่อยากพลาดชมทิวทัศน์ที่งดงามนี้เมื่ออยู่ที่อาคิตะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฤดูใบไม้ผลิ

 

การเดินทาง

ขึ้นรถไฟด่วนพิเศษ Inaho (いなほ) จากสถานี JR Akita (秋田駅 Akita-eki) ไปยังสถานี JR Kisakata (JR 象潟駅 Kisakata-eki) จากนั้นเปลี่ยนไปขึ้น JR Uetsu Main Line (JR羽越線 Uetsu-honsen) ไปยังสถานี JR Konoura (JR金浦駅 Konoura-eki) จากสถานีใช้เวลาเดินเพียง 5-10 นาทีไปยังสวนสาธารณะ

 

③ ฟาร์มโคอิวาอิ (小岩井農場)

ต้นซากุระเดียวดายที่ฟาร์มโคอิวาอิ (เครดิตภาพ: Tohoku Tourism Promotion Organization)

 

ฟาร์มโคอิวาอิ (小岩井農場 Koiwai-nōjō) เป็นฟาร์มส่วนบุคคลที่นักท่องเที่ยวจํานวนมากมาเยี่ยมชมทุกๆ ปี ด้วยพื้นที่กว่า 3,000 เฮกตาร์ ฟาร์มที่กว้างขวางแห่งนี้เป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวสามารถทำกิจกรรมสนุกๆ อย่างเช่นรีดนมวัวและขี่ม้าได้ และสามารถเพลิดเพลินไปกับอาหารอร่อยๆ ที่ทําจากผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น เช่น ซอฟต์ครีมรสนมและข้าวห่อไข่ที่ทำจากไข่ที่ผลิตจากฟาร์ม แต่ที่น่าสนใจคือหลายคนมาที่ฟาร์มนี้ด้วยเหตุผลเฉพาะเจาะจงเหตุผลเดียว นั่นคือเพื่อชมความงดงามดุจภาพวาดของต้นซากุระเดียวดายที่มีภูเขาอิวาเตะใหญ่สง่าเป็นฉากหลัง

 

ช่วงชมดอกซากุระ: กลางถึงปลายเดือนเมษายน

 

ฉากหลัง: ภูเขาอิวาเตะ (岩手山)

ภูเขาอิวาเตะที่สง่างาม (เครดิตภาพ: photoAC)

 

ฟาร์มโคอิวาอิ (Koiwai Farm) มีทิวทัศน์ของภูเขาอิวาเตะ ภูเขาที่สูงที่สุดในจังหวัดอิวาเตะ (岩手県 Iwate-ken) ด้วยความสูง 2,038 เมตร ภูเขาสูงตระหง่านลูกนี้เป็นภูเขาไฟที่ถูกจัดให้เป็นหนึ่งใน "100 ภูเขาญี่ปุ่นที่มีชื่อเสียง" 

 

ภูเขาอิวาเตะเป็นที่รู้จักในอีกชื่อหนึ่งว่า นัมบุ คาตะฟูจิ (เครดิตภาพ: Iwate Prefecture)

 

มีเกร็ดน่ารู้ที่น่าสนใจเกี่ยวกับภูเขาอิวาเตะอยู่สองประการ ประการแรก ภูเขานี้มีอีกชื่อหนึ่งว่า นัมบุ คาตะฟูจิ (南部片富士) ซึ่งแปลว่า “ภูเขาฟูจิผ่าครึ่งแห่งนัมบุ” (南部片富士) เนื่องจากฝั่งที่ลาดเอียงเล็กน้อยของภูเขานั้นดูเหมือนภูเขาฟูจิ ประการที่สอง ภูเขาลูกนี้ยังเป็นที่รู้จักกันในชื่อ กังจูซาน (巌鷲山) ซึ่งแปลว่า          "ภูเขาอินทรีหิน" เพราะเมื่อหิมะบนภูเขาเริ่มละลายในต้นฤดูใบไม้ผลิจนมองเห็นหินบนภูเขา จะเกิดภาพเงาซึ่งดูคล้ายกับนกอินทรี!

 

(หมายเหตุ: ภูเขาอิวาเตะอยู่ไม่ไกลจากโมริโอกะ เมืองหลวงของจังหวัดอิวาเตะ หากคุณกําลังวางแผนที่จะไปเที่ยวเมืองโมริโอกะ อย่าลืมอ่านบทความก่อนหน้านี้ของฉันเกี่ยวกับสถานที่และอาหารในเมืองหลวงของจังหวัดอิวาเตะ รวมถึงข้อมูลที่เป็นประโยชน์สําหรับนักท่องเที่ยวชาวมุสลิม)

 

การเดินทาง

ขึ้นรถบัสจากสถานี JR Morioka (JR盛岡駅 JR Morioka-eki) บริเวณทางออกทิศตะวันออก #10    (Koiwai Line) ลงที่ป้าย Koiwai-nōjō Makiba-en จากนั้นเดินต่อไปที่ฟาร์ม รถบัสใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที และมีค่าใช้จ่าย 710 เยนต่อผู้ใหญ่ 1 ท่าน

 

④ สวนสาธารณะซากาเอะ (寒河江公園さくらの丘)

สวนสาธารณะซากาเอะในจังหวัดยามากาตะ (เครดิตภาพ: JR East  / Carissa Loh)

 

สวนซากาเอะเป็นสถานที่งดงามซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองซากาเอะ (寒河江市 Sagae-shi) ในจังหวัดยามากาตะ (山形県 Yamagata-ken) ที่เต็มไปด้วยภูเขา เราสามารถใช้เวลาอย่างช้าๆ เพลิดเพลินไปกับธรรมชาติรอบตัวท่ามกลางต้นซากุระเต็มสวนกว่า 1,000 ต้น ที่นี่นักท่องเที่ยวจะได้เห็นสิ่งที่แสนพิเศษ นั่นคือต้นซากุระเรียงรายพร้อมกับฉากหลังเป็นภูเขาอันศักดิ์สิทธิ์ 

 

ช่วงชมดอกซากุระ: กลางถึงปลายเดือนเมษายน

 

ฉากหลัง: ภูเขากัสซัน (月山)

ทิวทัศน์ของภูเขากัสซันที่มองจากสวนสาธารณะซากาเอะ (เครดิตภาพ: Yamagata Prefecture)

 

ภูเขากัสซันเป็นหนึ่งในสามภูเขาที่ประกอบกันเป็นเดวะซันซัง (出羽三山 สามภูเขาแห่งเทวะ) ซึ่งมีความสําคัญต่อผู้ที่นับถือลัทธิ ชูเก็นโด (修験道) ภูเขาลูกนี้ได้รับการยกย่องว่าศักดิ์สิทธิ์อย่างยิ่ง และผู้ที่นับถือศาสนาลัทธิดังกล่าวจะออกแสวงบุญเพื่อแสดงความรู้สึกขอบคุณหรือเพื่อแสวงหาการบรรลุธรรม ภูเขากัสซันเป็นภูเขาที่สูงที่สุดในบรรดาภูเขาทั้งสามลูก โดยมีความสูง 1,984 เมตร

 

ภูเขาสูงตระหง่านลูกนี้เป็นทิวทัศน์ฉากหลังที่งดงามในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งนักท่องเที่ยวที่สวนสาธารณะซากาเอะสามารถชมภูเขาที่อยู่ไกลออกไปท่ามกลางดอกซากุระที่เรียงรายริมฝั่งแม่น้ำได้ ทิวแถวต้นซากุระที่ทอดยาวถึง 2.8 กม.ตามริมฝั่งแม่น้ำ และทิวทัศน์ของต้นไม้และภูเขาที่ยอดปกคลุมด้วยหิมะนั้นดูราวกับภาพวาดที่น่าหลงใหลไม่มีผิด ทําให้เป็นประสบการณ์ที่น่าจดจําสําหรับทุกคนที่มาเยือนมายามากาตะในช่วงฤดูดอกซากุระบาน 

(หมายเหตุ: หากคุณต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับภูเขากัสซันและเดวะซันซัง โปรดดูได้ในทความนี้)

 

การเดินทาง

ขึ้นรถไฟสาย JR Aterazawa  (JR左沢線 Aterazawa-sen) จากสถานี JR Yamagata (JR山形駅 Yamagata-eki) ไปยังสถานี JR Nishi-Sagae (JR西寒河江駅 Nishi-Sagae-eki) จากจุดนั้นสามารถเดินไปยังสวนสาธารณะได้ใน 15 นาที    

 

⑤ ฮิโตะเมะเซ็มบงซากุระ (一目千本桜)

ฮิโตะเมะเซ็มบงซากุระ เป็นสถานที่ที่คุณต้องไม่พลาด (เครดิตภาพ: U-Media)

 

เมื่อพูดถึงจุดชมดอกซากุระที่ดีที่สุดในโทโฮคุ ผู้คนก็มักจะเอ่ยถึงฮิโตะเมะเซ็มบงซากุระ ฮิโตะเมะเซ็มบงซากุระ แปลว่า "ซากุระ 1,000 ต้นที่เห็นได้พร้อมกันทีเดียว" ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำชิโรอิชิในเมืองโอกาวาระ (大河原町 Ōgawara-machi) ในจังหวัดมิยางิ โดยมีต้นซากุระหลากสายพันธุ์เกือบ 1,200 ต้นเรียงรายอยู่ริมฝั่งแม่น้ำ หากสภาพอากาศแจ่มใส นักท่องเที่ยวจะสามารถมองเห็นภูเขาที่ตั้งตระหง่านอยู่ไกลๆ ในขณะที่กำลังดื่มด่ำไปกับดอกซากุระบานรอบตัวพร้อมเพลิดเพลินกับอาหารว่างและเครื่องดื่มจากร้านค้าแผงลอย (屋台 yatai) ในช่วงเทศกาลฤดูใบไม้ผลิท้องถิ่น

 

ช่วงชมดอกซากุระ: กลางถึงปลายเดือนเมษายน

 

ฉากหลัง: ภูเขาซาโอะ (蔵王連峰)

ภูเขาซาโอะเป็นหนึ่งในเทือกเขาที่โดดเด่นที่สุดในภูมิภาคโทโฮคุ (เครดิตภาพ: U-Media)

 

หากมีภูเขาลูกหนึ่งที่โดดเด่นเป็นพิเศษในภูมิภาคโทโฮคุสําหรับคนส่วนใหญ่ ภูเขาลูกนั้นก็คงจะเป็นภูเขาซาโอะ แต่ความจริงแล้ว ภูเขาซาโอะไม่ใช่ภูเขาหรือภูเขาไฟเพียงลูกเดียว แต่เป็นหมู่ภูเขาที่คาบเกี่ยวระหว่างจังหวัดมิยากิและจังหวัดยามากาตะ ภูเขาซาโอะเป็นที่รู้จักในหลายๆ ด้าน ทั้งเป็นที่ตั้งของน้ำพุร้อนที่น่าตื่นตาตื่นใจ เป็นที่ตั้งของหิมะปีศาจ หรือ snow monsters (樹氷 juhyō) ที่มีชื่อเสียง ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางที่แนะนําสําหรับการเล่นสกีและเดินป่า แต่อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้ภูเขานี้เป็นที่รู้จักก็คือทิวทัศน์ธรรมชาติที่น่าตื่นตาตื่นใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงการเปลี่ยนผ่านระหว่างฤดูหนาวและฤดูใบไม้ผลิ

 

การได้เห็นภูเขาซาโอะที่ปกคลุมไปด้วยหิมะท่ามกลางต้นซากุระมากมายเรียงรายริมแม่น้ำชิโรอิชิเป็นประสบการณ์มหัศจรรย์ที่นักท่องเที่ยวต้องมาสัมผัสสักครั้งในชีวิต ยิ่งไปกว่านั้น นักท่องเที่ยวสามารถแวะไปที่สวนสาธารณะฟุนาโอกะโจชิ (船岡城址公園 Funaoka-jōshi kōen) ซึ่งสามารถนั่งรถลาดย้อนยุคขึ้นไปและชมทิวทัศน์มุมสูงของฮิโตะเมะเซ็มบงซากุระได้

 

สําหรับใครที่มาเยือนเซนไดและพื้นที่ใกล้เคียงในช่วงฤดูใบไม้ผลิ อย่าพลาดที่จะมาชมทิวทัศน์ที่งดงามจนไม่อาจประเมินค่าได้นี้เชียว!

(หมายเหตุ: หากคุณต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับฮิโตะเมะเซ็มบงซากุระ โปรดดูได้ในบทความนี้)

 

การเดินทาง

ขึ้นรถไฟ JR Tohoku Main Line (JR東北本線 Tōhoku honsen) จากสถานี JR  Sendai (JR仙台駅 Sendai-eki) ไปยังสถานี JR Ogawara (JR大河原駅 Ōgawara-eki) จากนั้นเดิน 15 นาทีไปยังสวนสาธารณะ

 

สวนสาธารณะฮานามิยามะ (花見山公園)

สวนฮานามิยามะเป็นสถานที่ที่ดีที่สุดในการชมดอกซากุระที่บานสะพรั่งโดยมีภูเขาอาซุมะโคฟุจิอยู่ด้านหลัง (เครดิตภาพ: Fukushima Prefecture)

 

สวนฮานามิยามะมักจะถูกกล่าวถึงอยู่เสมอเมื่อพูดถึงจุดชมดอกซากุระที่ดีที่สุดในจังหวัดฟุกุชิมะ (福島県 Fukushima-ken) ที่นี่นักท่องเที่ยวไม่เพียงแต่จะได้เห็นดอกซากุระนานาชนิด แต่ยังจะได้เห็นดอกบ๊วย (梅 ume) ดอกเหลี่ยงเคี้ยว (連翹 rengyо̄) ดอกแมกโนเลีย (木蓮 mokuren) และดอกไม้อื่น ๆ ด้วย เป็นที่ทราบกันดีว่าที่นี่เป็นสวรรค์สําหรับคนรักดอกไม้ และชื่อของสวนนี้ก็บ่งบอกอย่างชัดเจนว่านักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชมที่นี่เพื่ออะไร ("Hanamiyama" หมายถึง "ภูเขาชมดอกไม้")

 

ยิ่งไปกว่านั้น ที่นี่ยังมีเซอร์ไพรส์ใหญ่ๆ รอให้นักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชมโดยเฉพาะในช่วงฤดูใบไม้ผลิอีกด้วย…

 

ช่วงชมดอกซากุระ: กลางถึงปลายเดือนเมษายน

 

ฉากหลัง: เทือกเขาอาซูมะ (吾妻連山)

ภูเขาอาซูมะในจังหวัดฟุกุชิมะ (เครดิตภาพ: Fukushima Prefecture)

 

เทือกเขาอาซูมะเป็นกลุ่มภูเขาไฟที่ทอดยาวไปตามแนวชายแดนของจังหวัดฟุกุชิมะและยามากาตะและเป็นหนึ่งในวิวภูเขาที่ดีที่สุดในโทโฮคุ ภูเขาลูกหนึ่งในนี้คือภูเขาอาซุมะ-โคฟุจิ (吾妻小富士 Azuma-Kofuji) ซึ่งเป็นภูเขาไฟที่มีความคล้ายคลึงกับภูเขาไฟฟูจิอย่างน่าอัศจรรย์     ภูเขาอาซุมะ-โคฟุจิเป็นภูเขาอีกลูกหนึ่งที่ปกคลุมด้วยหิมะอันตระการตาในโทโฮคุ และชื่อของภูเขาลูกนี้ก็มีที่มาจากรูปทรงกรวยสมมาตรอันเป็นเอกลักษณ์ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับภูเขาไฟฟูจิ ("Kofuji" หมายถึงภูเขาไฟฟูจิขนาดเล็ก) นั่นเอง

 

เทือกเขานี้เป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสําหรับนักท่องเที่ยวจากเส้นทางเดินป่าและรีสอร์ทน้ำพุร้อนหลายแห่งในพื้นที่ซึ่งรวมถึงทาคายุออนเซ็น (高湯温泉) และหนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดในการเพลิดเพลินกับความงดงามของที่นี่คือการเดินทางผ่านเส้นทางชมวิว Bandai Azuma Skyline  (磐梯吾妻スカイライイン) ที่ตัดผ่านเทือกเขาอาซูมะ ที่นี่มีความน่าสนใจและเป็นที่รู้จักจากลักษณะเฉพาะ นั่นคือเมื่อหิมะละลายในฤดูใบไม้ผลิ หิมะรูปร่างคล้ายกระต่ายสีขาวจะปรากฏขึ้นที่ด้านข้างของภูเขาไฟ กระต่ายตัวนี้เป็นที่รู้จักกันในชื่อ "กระต่ายหว่านเมล็ด" ที่ชาวฟุกุชิมะถือว่าเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าฤดูกาลเพาะปลูกได้มาถึงแล้ว

 

สําหรับผู้ที่ต้องการชมทิวทัศน์ที่ตัดกันของกลีบดอกซากุระโปรยปรายและฉากหลังที่เป็นภูเขาที่มีหิมะปกคลุม แนะนำให้จดชื่อสวนสาธารณะฮานามิยามะไว้ในแผนที่เลย เพราะที่นี่คือสวรรค์ของผู้ที่ชื่นชอบซากุระและเป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด

 

การเดินทาง

นั่งรถบัสรับส่ง 15 นาทีจากสถานี JR Fukushima (JR福島駅 Fukushima-eki) ไปยังทางเข้าสวน (ให้บริการเฉพาะในฤดูที่ดอกซากุระบาน) โปรดทราบว่ามีบริการรถรับส่งเฉพาะในช่วงฤดูดอกซากุระบานเท่านั้น และมีค่าใช้จ่าย 250 เยนต่อเที่ยว

 

⑦ สวนสาธารณะปราสาททาคาดะ (高田城址公園)

สวนสาธารณะปราสาททาคาดะเป็นหนึ่งในสถานที่ยอดนิยมสําหรับการชมดอกซากุระ  (เครดิตภาพ: Niigata Prefecture)

 

มาต่อกันที่ภูมิภาคชินเอ็ตสึ (信越地方 Shin'etsu-chihō) เราจะเดินทางไปยังจังหวัดนีงาตะ (新潟県 Niigata-ken) ที่อยู่ติดชายฝั่ง เนื่องจากเป็นจังหวัดที่หันหน้าออกสู่ทะเลญี่ปุ่น (日本海 Nihon-kai) โดยตรง ทำให้คนส่วนใหญ่ไม่ได้นึกถึงการชมดอกซากุระที่จังหวัดนีงาตะสักเท่าไหร่ แต่หารู้ไม่ว่านีงาตะมีสวนสาธารณะปราสาททาคาดะที่สวยงามในเมืองโจเอ็ตสึ (上越市 Jōetsu-shi) ซึ่งในอดีตเคยเป็นที่ตั้งของปราสาททาคาดะที่สร้างขึ้นในสมัยเอโดะ (ค.ศ. 1603-1868) สวนแห่งนี้เป็นหนึ่งในสถานที่ชมดอกซากุระยอดนิยมของจังหวัดนีงาตะ และในวันที่อากาศแจ่มใส นักท่องเที่ยวจะสามารถมองเห็นภูเขาเมียวโกะที่อยู่ห่างจากสวนสาธารณะไปทางใต้ประมาณ 50 กม. ได้

 

ฉากหลัง: ภูเขาเมียวโกะ (妙高山)

ภูเขาเมียวโกะกับดอกซากุระ (เครดิตภาพ: Niigata Prefecture)

 

ภูเขาที่มีชื่อเสียงที่สุดในนีงาตะคือภูเขาเมียวโกะ ซึ่งเป็นภูเขาไฟอีกลูกหนึ่งที่นิยามความเป็นจังหวัดนีงาตะได้เป็นอย่างดี ภูเขาเมียวโกะยังได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งใน "100 ภูเขาญี่ปุ่นที่มีชื่อเสียง" และเนื่องจากมีความคล้ายคลึงกับภูเขาไฟฟูจิ จึงเป็นที่รู้จักกันในท้องถิ่นว่า เอจิโกะฟูจิ (越後富士) นอกจากนี้ ที่นี่ยังมีรีสอร์ทน้ำพุร้อนหลายแห่งบริเวณเนินเขา และเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสําหรับผู้เล่นกีฬาฤดูหนาวเช่นเดียวกับภูเขาลูกอื่นๆ อีกมากมาย

 

การเดินทาง

ขึ้นรถไฟด่วนพิเศษ Shirayuki (しらゆき) จากสถานี JR Niigata (JR新潟駅 Niigata-eki) ไปยังสถานี JR Takada (JR高田駅 Takada-eki) เดินจากสถานีรถไฟ 15 นาทีจะถึงสวนสาธารณะ

 

⑧ สวนโออิเดะ (大出公園)

สวนโออิเดะมีทิวทัศน์ที่ดีที่สุดของภูเขาสามลูกแห่งฮาคุบะ (เครดิตภาพ: JR East / Carissa Loh)

 

ถัดมาที่จังหวัดนากาโนะ (長野県 Nagano-ken) เราจะพบกับเทือกเขาแอลป์ตอนเหนือ (北アルプス Kita-Arupusu) อันตระการตา ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่จังหวัดนากาโนะไปจนถึงโทยามะ (富山県 Toyama-ken) นากาโนะมีชื่อเสียงหลายอย่าง ทั้งในฐานะสถานที่จัดงานกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวครั้งประวัติศาสตร์ในปีค.ศ. 1998 เป็นแหล่งผลไม้ที่น่าตื่นตา และเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในญี่ปุ่นสําหรับการเล่นกีฬาและกิจกรรมฤดูหนาว อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้นากาโนะมีชื่อเสียงก็คือ ความงามของธรรมชาติที่ไม่มีที่ใดเทียบได้ของภูเขาโดยรอบนั่นเอง

 

สวนสาธารณะโออิเดะ เป็นสวนสวยงามที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากสถานี Hakuba  (白馬駅 Hakuba-eki) และอยู่ริมแม่น้ําฮิเมะ จากที่นี่สามารถมองเห็นทิวทัศน์มุมกว้างของภูเขาโดยรอบที่มีต้นซากุระเรียงรายตามแม่น้ำได้อย่างน่าทึ่ง และนักท่องเที่ยวสามารถเพลิดเพลินไปกับทิวทัศน์ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่เงียบสงบและดื่มด่ำบรรยากาศโดยรอบได้มากเท่าที่ต้องการ และภูเขาชิโรมะก็คือภูเขาลูกหนึ่งที่สามารถมองเห็นได้จากสวนสาธารณะแห่งนี้

 

ช่วงชมดอกซากุระ: กลางถึงปลายเดือนเมษายน

 

ฉากหลัง: ภูเขาสามลูกแห่งฮาคุบะ (白馬三山)

ภูเขาสามลูกแห่งฮาคุบะอันสวยงามที่อยู่ไกลออกไป (เครดิตภาพ: JR East / Carissa Loh)

 

ภูเขาสามลูกแห่งฮาคุบะนั้นเปรียบได้กับจังหวัดนากาโนะ ประกอบด้วยภูเขาชิโรมะ ภูเขายาริ และภูเขาชาคุชิ ภูเขาเหล่านี้เป็นหนึ่งในทิวทัศน์ที่ผู้คนอยากไปเห็นมากที่สุดในจังหวัดโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฤดูหนาว แต่หลายคนอาจไม่ทราบว่าทิวทัศน์ของภูเขาที่มีกลีบดอกซากุระโปรยปรายก็น่าประทับใจไม่แพ้กัน ทิวทัศน์ของฮาคุบะและวิวจังหวัดนากาโนะที่ตัดกันนี้เป็นภาพที่แปลกตาสำหรับผู้ที่รู้จักหมู่บ้านนี้ในฐานะแหล่งกิจกรรมในฤดูหนาวเท่านั้น

 

การเดินทาง

นั่งรถไฟด่วนพิเศษ Shinano (しなの) จากสถานี JR Nagano (JR長野駅 Nagano-eki) ไปยังสถานี JR Matsumoto (JR松本駅 Matsumoto-eki) จากนั้นเปลี่ยนเป็น JR Oito Line (JR大糸線 Ōito-sen) ไปยังสถานี JR Hakuba (JR白馬駅 Hakuba-eki) จากนั้นเดิน 15 นาทีไปยังสวนสาธารณะ

 

⑨ สวนสาธารณะอาราคุรายามะ เซนเก็น (新倉山浅間公園)

เจดีย์ชูเรย์โต (ขวา) ที่มีภูเขาไฟฟูจิเป็นฉากหลัง (เครดิตภาพ: JR East / Carissa Loh)

 

สถานที่สุดท้ายของเราเป็นที่โปรดปรานในหมู่ผู้ที่ชื่นชอบดอกซากุระ และยังอยู่ใกล้กับโตเกียวด้วย สวนสาธารณะอาราคุรายามะ เซนเก็นอยู่ในจังหวัดยามานาชิ (山梨県 Yamanashi-ken) ซึ่งน่าจะเป็นหนึ่งในสถานที่ชมดอกซากุระที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในญี่ปุ่น ที่นี่นักท่องเที่ยวสามารถเยี่ยมชมเจดีย์ชูเรย์โต (忠霊塔) ที่มีชื่อเสียงและภูเขาที่โดดเด่นที่สุดในญี่ปุ่น ทําให้เป็นทิวทัศน์อันสมบูรณ์แบบที่ทั่วโลกต่างรู้จัก

 

ช่วงชมดอกซากุระ: ต้นถึงกลางเดือนเมษายน

 

ฉากหลัง: ภูเขาไฟฟูจิ (富士山)

สวนสาธารณะอาราคุรายามะ เซนเก็นในจังหวัดยามานาชิ (เครดิตภาพ: เมืองฟูจิโยชิดะ / JNTO)

 

และนี่ก็คือภูเขาไฟฟูจิอันสูงส่งและมีชื่อเสียงระดับโลก ผู้คนจากทั่วทุกมุมโลกมาเยือนญี่ปุ่นเพียงเพื่อให้ได้สัมผัสกับความงดงามอันไร้ที่ติของภูเขา/ภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่นลูกนี้ที่ถือเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่ชัดเจนที่สุดของประเทศ ภูเขาไฟฟูจิได้รับการจัดประเภทโดย Agency of Cultural Affairs ให้เป็นหนึ่งในสถานที่พิเศษที่สวยงามของญี่ปุ่น (特別名勝 tokubetsu meishō) และยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโกด้วย

 

การเดินทาง

นั่งรถไฟด่วนพิเศษ Fuji Excursion จากสถานี JR Shinjuku (JR新宿駅 Shinjuku-eki) ตรงไปยังสถานี Shimoyoshida (下吉田駅 Shimoyoshida-eki) เดินจากสถานี 10 นาทีจะถึงสวนสาธารณะ

 

เมื่อพูดถึงการเสาะหาสถานที่ที่เหมาะสําหรับการชมภูเขาพร้อมดอกซากุระ สวนสาธารณะอาราคุรายามะ เซนเก็นก็มักจะถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงอยู่บ่อยครั้ง สิ่งที่ทําให้สวนแห่งนี้มีความพิเศษอย่างยิ่งก็คือ ที่นี่มีจุดที่ดีที่สุดซึ่งประกอบด้วยสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมของญี่ปุ่นทั้งสามอย่างในภาพเดียว อันได้แก่ วิวของเจดีย์ ดอกซากุระบาน และภูเขาไฟฟูจิที่อยู่ตรงกลาง ผู้คนมักจะเคยเห็นภาพถ่ายของภูเขาไฟฟูจิที่ถ่ายในมุมนี้มาแล้ว และนี่ก็คือสถานที่ที่นักท่องเที่ยวสามารถมาดูภาพนี้ได้ด้วยตัวเอง

 

บทสรุปปิดท้าย

ตอนนี้เป็นช่วงฤดูหนาวในญี่ปุ่น และฤดูใบไม้ผลิจะมาถึงในอีกไม่กี่เดือน นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ทั้งในและต่างประเทศมักจะไปเที่ยวญี่ปุ่นในช่วงฤดูท่องเที่ยวเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นในเดือนกุมภาพันธ์   สําหรับฤดูหนาว หรือเดือนเมษายนสําหรับฤดูใบไม้ผลิ ในขณะที่ตั้งตารอที่จะไปชมภูเขาหิมะหรือดอกซากุระที่เบ่งบาน พวกเขาอาจจะนึกไม่ถึงว่าการได้ชมทั้งสองอย่างในเวลาเดียวกันเป็นไปได้แน่นอนหากทราบสถานที่และช่วงเวลา อย่าลืมชมทิวทัศน์ช่วงเปลี่ยนผ่านฤดูกาลที่สวยงามเหมือนฝันในพื้นที่เหล่านี้ในครั้งหน้าที่คุณเดินทางมาญี่ปุ่นนะคะ!

(เคล็ดลับวงใน: ใช้ตั๋ว JR EAST PASS (Tohoku area) เพื่อให้คุณสามารถขึ้นรถไฟที่กล่าวถึงข้างต้นไปยังพื้นที่ที่กำหนดในโทโฮคุได้ฟรี เช่นเดียวกับ JR EAST PASS (Nagano, Niigata area) หากคุณกําลังมุ่งหน้าไปยังนากาโนะหรือนีงาตะ และถ้าคุณมี JR TOKYO Wide Pass คุณสามารถเดินทางด้วยรถไฟด่วนพิเศษ Fuji Excursionได้ฟรี)

 

JR EAST PASS (Tohoku area)

JR EAST PASS (Tohoku area) แบบใหม่และพื้นที่ที่ครอบคลุม (เครดิตรูปภาพ: JR East)

 

JR EAST PASS (Tohoku area) คือตั๋ว Pass ราคาย่อมเยาที่ให้คุณนั่งรถไฟ รวมถึงชินกันเซ็นบนทางรถไฟของ JR East ได้อย่างไม่จำกัดเที่ยว ในพื้นที่ที่ตั๋วครอบคลุมตลอดระยะเวลา 5 วันติดกัน ด้วยราคาเพียง 20,000 เยนเท่านั้น ตั๋วนี้จึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนที่จะเดินทางจากโตเกียวไปเที่ยวโทโฮคุ ผู้ถือตั๋วสามารถจองที่นั่งรถไฟแบบออนไลน์ฟรีล่วงหน้าถึงหนึ่งเดือน คลิ๊กที่นี่เพื่ออ่านข้อมูล JR EAST PASS (Tohoku area) เพิ่มเติม

หมายเหตุ: ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2021 เป็นต้นไป ได้มีการเปลี่ยนแปลงการใช้งานและราคาของ JR EAST PASS (Tohoku area) ตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่

 

JR EAST PASS (Nagano, Niigata area)

JR EAST PASS (Nagano, Niigata area) แบบใหม่และพื้นที่ที่ครอบคลุม (เครดิตรูปภาพ: JR East)

 

JR EAST PASS (Nagano, Niigata area) คือตั๋ว Pass ราคาย่อมเยาที่ให้คุณนั่งรถไฟ รวมถึงชินกันเซ็นบนทางรถไฟของ JR East ได้อย่างไม่จำกัดเที่ยว ในพื้นที่ที่ตั๋วครอบคลุมตลอดระยะเวลา 5 วันติดกัน ด้วยราคาเพียง 18,000 เยนเท่านั้น ตั๋วนี้จึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนที่จะเดินทางจากโตเกียวไปเที่ยวนากาโนะและนีงาตะ ผู้ถือตั๋วสามารถจองที่นั่งรถไฟแบบออนไลน์ฟรีล่วงหน้าถึงหนึ่งเดือน คลิ๊กที่นี่เพื่ออ่านข้อมูล JR EAST PASS (Nagano, Niigata area) เพิ่มเติม

หมายเหตุ: ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2021 เป็นต้นไป ได้มีการเปลี่ยนแปลงการใช้งานและราคาของ JR EAST PASS (Nagano, Niigata area) ตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่

 

JR TOKYO Wide Pass

ตั๋ว JR TOKYO Wide Pass และพื้นที่ที่ครอบคลุม (เครดิตภาพ: JR East)

 

ตั๋ว JR TOKYO Wide Pass คือตั๋ว Pass ราคาย่อมเยาที่ให้คุณนั่งรถไฟของทางรถไฟในเครือ JR East ได้อย่างไม่จำกัดเที่ยว (รวมถึงชินกันเซ็น) ในพื้นที่ที่ตั๋วครอบคลุมตลอดระยะเวลา 3 วันติดกัน ด้วยราคาเพียง 10,180 เยน คุณสามารถใช้ตั๋วนี้เดินทางจากโตเกียวไม่ชิโมโยชิดะและอีกหลายสถานที่ภายในพื้นที่ที่กำหนดได้ เช่นนิกโกะ คารุอิซาว่า GALA Yuzawa และอื่นๆ นอกจากนี้คุณยังสามารถจองที่นั่งบนรถไฟได้ฟรี โดยจองล่วงหน้าได้นานถึงหนึ่งเดือน คลิ๊กที่นี่เพื่ออ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ JR TOKYO Wide Pass

 

เครดิตภาพส่วนหัว: U-Media
Translated by ANNGLE 

 

บทความที่เกี่ยวข้อง

Share this article:
TSC-Banner
Niigata-Right