Japan Rail Times
The
Rail Way
to Travel
Niigata-Left
Rail Travel

ขุมทรัพย์แห่งโทยามะ ตอนที่ 2: ภูเขาตระการตาและมรดกแห่งผืนดิน

ขุมทรัพย์แห่งโทยามะ ตอนที่ 2: ภูเขาตระการตาและมรดกแห่งผืนดิน

ด้วยความที่จังหวัดโทยามะ (富山県 Toyama-ken) ตั้งอยู่ในภูมิภาคโฮคุริคุและมีแนวเทือกเขาทาเตยามะและเทือกเขาฮิดะที่สูง 3,000 เมตรนี้ จึงเป็นที่มาของชื่อจังหวัดที่แปลได้ตรงตัวว่า “เต็มไปด้วยภูเขา” และจังหวัดนี้เป็นแหล่งขุมทรัพย์ที่เต็มไปด้วยอาหารทะเลรสเลิศ ธรรมชาติชวนหลงใหล และวัฒนธรรมประเพณีที่ไม่เหมือนใคร

 

คุณรู้ไหม? ว่าจังหวัดโทยามะมีหุบเขาที่ลึกที่สุดของญี่ปุ่นอยู่ มีร้าน Starbucks ที่สวยที่สุดในโลก และเป็นจังหวัดผู้ผลิตดอกทิวลิปอันดับหนึ่งของญี่ปุ่นด้วย ในบทความก่อนหน้านี้ ฉันได้แนะนำอ่าวโทยามะที่สวยงามและอาหารทะเลสดชั้นเลิศของที่นั่นไปแล้ว และในบทความนี้ที่เป็นตอนที่สองของซีรี่ย์สองบทความพิเศษเกี่ยวกับโทยามะ เราถอยจากชายฝั่งแล้วมาดูขุมทรัพย์และของอร่อยที่รอเราไปค้นพบอยู่ในภูเขาและเมืองของจังหวัดนี้กัน

 

หุบเขาคุโรเบะ แหล่งวิวสุดอลังและสวรรค์คนรักออนเซ็น

โทยามะเป็นแหล่งภูเขาสูงใหญ่อลังการที่จุดประกายความเป็นนักสำรวจในตัวพวกเรา คุณอาจจะเคยได้ยินชื่อ เส้นทางแอลป์ ทาเตยามะ-คุโรเบะ (立山黒部アルペンルート. Tateyama Kurobe Alpine Route) ซึ่งเป็นเส้นทางที่ผ่านแนวเทือกเขาทาเตยามะ แต่ที่โทยามะนี้ยังมีหุบเขาคุโรเบะ (黒部峡谷 Kurobe kyōkoku) หุบเขาวิวสวยที่เป็นจุดแบ่งเขตแดนระหว่างเทือกเขาทาเตยามะและเทือกเขาแอลป์ตอนเหนือ

 

หนึ่งในสะพานแดงที่โด่งดังของทางรถไฟ Kurobe Gorge (เครดิตรูปภาพ: とやま観光推進機構)

 

หุบเขาคุโรเบะมีชื่อเสียงเรื่องลักษณะของมันที่เป็นตัว V ลึก และเป็นหุบเขาที่ลึกที่สุดในญี่ปุ่นโดยมีหน้าผาที่ชันจนแทบจะตั้งฉาก หุบเขาแห่งนี้ถูกกัดเซาะโดยธารน้ำของแม่น้ำคุโรเบะมาเป็นเวลานับพันปี โดยแม่น้ำคุโรเบะนี้ไหลต่อไปจนถึงเขื่อนคุโรเบะที่เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางแอลป์ ทาเตยามะ-คุโรเบะ และนักเดินเขาสายลุยที่ช่ำชองสามารถเดินจากเคยากิไดระในหุบเขาคุโรเบะไปจนถึงเขื่อนคุโรเบะได้เลย (ไว้เราจะมาคุยเรื่องนี้กันทีหลัง!)

 

ทางรถไฟ Kurobe Gorge

นั่งรถไฟบนทางรถไฟ Kurobe Gorge (เครดิตรูปภาพ: JR East / Carissa Loh)

 

เพื่อชมหุบเขาสวยงามแห่งนี้ คุณสามารถขึ้นรถไฟ Kurobe Gorge (黒部峡谷鉄道トロッコ電車 Kurobe Kyōkoku Tetsudō Torokko Densha) ที่จะพาคุณเดินทางชมธรรมชาติสุดมหัศจรรย์ รถไฟ Kurobe Gorge ที่วิ่งให้บริการระหว่างสถานี Unazuki (宇奈月駅) และสถานี Keyakidaira (欅平駅) นี้ถูกสร้างเป็นครั้งแรกในปีค.ศ. 1923 เพื่อใช้ขนส่งวัสดุก่อสร้างสำหรับการสร้างเขื่อนคุโรเบะ หลังจากที่เขื่อนสร้างเสร็จ ทางรถไฟนี้ถูกเปลี่ยนให้เป็นทางรถไฟชมวิวโดยเปิดให้บริการสาธารณชนในปีค.ศ. 1971 และปีนี้นับเป็นปีที่ครบรอบ 50 ปี!

 

สนุกกับการนั่งขบวนรถที่เปิดให้เรารับลมได้เต็มที่ (เครดิตรูปภาพ: JR East / Carissa Loh)

 

เส้นทางคดเคี้ยว 20 กม. นี้ใช้เวลาเดินทางรวม 80 นาที และสิ่งที่ทำให้การนั่งรถไฟขบวนนี้น่าตื่นเต้นเป็นพิเศษก็คือตู้ขบวนรถแบบเปิด! คุณสามารถรับลม (และฝน) ไปพลางระหว่างเพลิดเพลินกับวิวได้โดยไม่มีอะไรมาเกะกะสายตา

 

แนะนำ: ถ้านั่งรถจาก Unazuki ไป Keyakidaira ให้นั่งที่ฝั่งขวาของรถเพื่อให้ได้วิวที่ดีที่สุด ถ้าเดินทางจากอีกทางหนึ่ง ให้นั่งที่อีกฝั่งแทน

 

พิกัดออนเซ็นลับ คุโรนางิออนเซ็น

ทางรถไฟ Kurobe Gorge ออกเดินทางจากอุนาสุกิออนเซ็น (Unazuki Onsen) ซึ่งเป็นรีสอร์ทออนเซ็นที่ใหญ่ที่สุดในโทยามะ แต่รู้ไหม? ว่าที่จริงแล้วแหล่งน้ำออนเซ็นของอุนาสุกิออนเซ็นนั้นจริงๆ แล้วมาจากคุโรนางิออนเซ็น (黒薙温泉, Kuronagi Onsen) ออนเซ็นลับ (秘境温泉 hikkyо̄ onsen) ที่อยู่ลึกเข้าไปและตั้งอยู่ตามแนวเส้นทางรถไฟ Kurobe Gorge

 

บ่อกลางแจ้งแบบรวมของคุโรนางิออนเซ็น (เครดิตรูปภาพ: とやま観光推進機構)

 

จากสถานี Kuronagi (黒薙駅) เพียงเดิน 20 นาที ตามเส้นทางแคบๆ ในภูเขาคุณก็จะมาถึงคุโรนางิออนเซ็นที่มีเรียวคัง (โรงเตี๊ยม)​ ออนเซ็นเพียงที่เดียวเท่านั้น ที่นี่ไม่มีถนนที่ตัดเข้ามาถึง ดังนั้นเรียวคังจึงเปิดให้บริการเฉพาะช่วงที่รถไฟให้บริการเท่านั้น นั่นคือช่วงปลายเดือนเมษายนจนถึงปลายพฤศจิกายน คุโรนางิออนเซ็นเป็นออนเซ็นที่ปล่อยน้ำออกมาราว 2,000 ลิตรต่อนาที และเป็นแหล่งน้ำทั้งหมดของอุนาสุกิออนเซ็น

 

คุโรนางิออนเซ็นมีชื่อเสียงเรื่องบ่อออนเซ็นกลางแจ้งแบบรวมขนาดใหญ่ และเป็นบ่อที่ใหญ่ที่สุดในพื้นที่อุนาสุกิออนเซ็น/หุบเขาคุโรเบะ ก้อนหินทั้งหลายที่ประกอบขึ้นเป็นบ่อนี้ล้วนเป็นหินธรรมชาติ และคุณสามารถนั่งอาบความยิ่งใหญ่และความงามของธรรมชาติแห่งหุบเขาคุโรเบะได้ที่นี่

 

คุโรนางิออนเซ็นมีเรียวคังให้บริการแห่งเดียวเท่านั้น (เครดิตรูปภาพ: とやま観光推進機構)

 

แต่สำหรับใครที่ไม่อยากแช่บ่อรวม ที่นี่ก็มีบ่อกลางแจ้งที่จำกัดเฉพาะผู้หญิงและบ่อในร่มที่แยกหญิง-ชายให้ใช้บริการได้ด้วย แม้คุโรนางิออนเซ็นจะเปิดให้นักท่องเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับเข้ามาใช้บริการได้ แต่ฉันขอแนะนำให้ค้างที่นี่เป็นอย่างยิ่ง ออนเซ็นลับที่ตั้งอยู่ท่ามกลางภูเขาแห่งนี้เป็นที่ที่คุณสามารถปล่อยวางจิตใจและพักผ่อนพร้อมปล่อยความกังวลทิ้งไปได้ชั่วคราวอย่างแท้จริง

 

คุโรนางิออนเซ็นเรียวคัง (黒薙温泉旅館, Kuronagi Onsen Ryokan)
ที่อยู่: Kuronagi, Unazuki-machi, Kurobe-shi, Toyama 938-0282
การเดินทาง: เดิน 20 นาทีจากสถานี Kuronagi (黒薙駅)
เวลาทำการ (สำหรับแขกไปเช้าเย็นกลับ): 09:00–16:00 (เมษายน–พฤศจิกายน)
ค่าเข้า (สำหรับแขกไปเช้าเย็นกลับ): 800 เยน/คน (ผู้ใหญ่)
โทรศัพท์: +81-765-62-1802

 

เดินเขารอบเคยากิไดระ

สถานี Keyakidaira ที่เป็นสถานีปลายทางของทางรถไฟ Kurobe Gorge ตั้งอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลราว 600 เมตร นอกจากจุดชมวิวแบบพาโนรามาแล้ว บริเวณใกล้สถานีก็มีทางเดินสั้นๆ ให้คุณเดินรอบๆ เพื่อชมวิวได้

 

สะพานโอคุคาเนะ (เครดิตรูปภาพ: JR East / Carissa Loh)

 

วิวหนึ่งที่คุณพลาดไม่ได้คือวิวสะพานโอคุคาเนะ (奥鐘橋 Okukane-bashi) สะพานเดินเท้าสีแดงฉานสูง 34 เมตรที่พาดข้ามแม่น้ำคุโรเบะ ข้างใต้สะพานจะมีบ่อแช่เท้า (足湯 ashiyu) ในศาลาที่คุณสามารถนั่งพักผ่อนแช่เท้าแล้วเพลิดเพลินไปกับวิวสะพานและแม่น้ำได้

 

วิวจากทางเดินที่ถูกตัดเข้าไปในเนื้อหินผาฮิโตคุอิ (เครดิตรูปภาพ: JR East / Carissa Loh)

 

ที่ตรงข้ามสะพานโอคุคาเนะจะมีทางเดินที่ถูกตัดเข้าไปในด้านข้างของหน้าผา ซึ่งผานี้มีชื่อว่าหินฮิโตคุอิ (人喰岩 Hitokui Iwa) ที่แปลได้ตรงตัวว่า “หินกินคน” การเดินผ่านทางเดินนี้จะให้ความรู้สึกเหมือนเดินผ่านปากหินขนาดใหญ่ก็ไม่ปาน! เมื่อเดินตามทางจากหินฮิโตคุอิมาเรื่อยๆ คุณจะมาถึงเมย์เคนออนเซ็น (Meiken Onsen) (เดิน 10 นาที) และบาบาดานิออนเซ็น (Babadani Onsen) (เดิน 55 นาที) ออนเซ็นสองแห่งที่คุณสามารถเดินไปถึงได้จากสถานี Keyakidaira

 

วิวแม่น้ำคุโรเบะระหว่างทางไปยังซารุโทบิเคียว (เครดิตรูปภาพ: JR East / Carissa Loh)

 

อีกเส้นทางเดินเล่นสบายๆ จากสถานีคือเส้นทางไปยังซารุโทบิเคียว (猿飛峡 Sarutobikyo) เส้นทางที่ใช้เวลาเดิน 15 นาที ซึ่งระหว่างทางคุณสามารถเดินชมแม่น้ำคุโรเบะไหลผ่านหน้าผาชันได้ โดยจะมีระเบียงชมวิวพร้อมที่นั่งจำนวนหนึ่งให้คุณนั่งผ่อนคลายและซึมซับวิวและเสียงของธรรมชาติได้ ตอนที่ฉันไปเป็นช่วงที่มีฝนตกพอดี ถึงอย่างนั้นน้ำของแม่น้ำคุโรเบะก็ยังมีสีฟ้าสวยมากๆ !

 

เส้นทางชิโมะ โนะ โรกะ / ซุยเฮโฮโด เป็นเส้นทางเดินเลเวลสูงที่มีชื่อเสียง (เครดิตรูปภาพ: ゆーせー/PIXTA)

 

จากสถานี Keyakidaira คุณสามารถเดินไปยังเขื่อนคุโรเบะได้โดยใช้เส้นทางเดินเขาเลเวลสูงที่เป็นที่รู้จักในหมู่นักเดินเขา เส้นทางที่ยาว 30 กม. นี้ถูกแบ่งครึ่งออกเป็นสองช่วง ครึ่งแรกเริ่มจาก Keyakidaira ที่เรียกว่าเส้นทางซุยเฮโฮโด (水平歩道, Suiheihodo) และอีกครึ่งที่ใกล้เขื่อนคุโรเบะคือเส้นทางชิโมะ โนะ โรกะ (下ノ廊下, Shimo-no-rouka) เส้นทางทั้งหมดนี้จะผ่านอาโซฮาระออนเซ็น (Azohara Onsen) และโดยทั่วไปจะใช้เวลา 2 วัน 1 คืน (2D1N) ถึงจะเดินครบ

 

เส้นทางชิโมะ โนะ โรกะ / ซุยเฮโฮโดเป็นเส้นทางแรกที่ถูกสร้างขึ้นในระหว่างที่เขื่อนคุโรเบะกำลังถูกสร้าง และอาจเป็นเส้นทางที่อันตรายได้ถ้าคุณไม่ระวัง วิวระหว่างทางนั้นสวยเป็นพิเศษในฤดูใบไม้ร่วง ซึ่งเป็นช่วงที่ภูเขาถูกย้อมเป็นสีส้มและเหลืองร้อนแรง

 

หมายเหตุ: เส้นทางชิโมะ โนะ โรกะ / ซุยเฮโฮโดเป็นเส้นทางที่ผู้เดินทางควรจะเป็นนักเดินเขาที่มีประสบการณ์มากๆ เท่านั้น เนื่องจากเส้นทางบางช่วงจะผ่านตามแนวผาที่อันตรายและอาจแคบเพียง 40 ซม. เท่านั้น โดยจะมีเพียงเชือกนำทางและไม่มีราวกั้นที่ช่วยกันไม่ให้คุณตกลงไป นอกจากนี้ การเดินทางในเส้นทางนี้ควรเดินทางเป็นกลุ่มเท่านั้น เพราะการเดินทางเพียงคนเดียวถือเป็นการเดินทางทีเสี่ยงต่อการเสียชีวิต

 

การเดินทางไปหุบเขาคุโรเบะ:

จากสถานี JR Kurobe-Unazuki Onsen (黒部宇奈月温泉駅) บนทางรถไฟ Hokuriku Shinkansen ให้เดินไปยังสถานี Shin-Kurobe (新黒部駅) ของทางรถไฟ Toyama Chiho และต่อรถไฟที่มุ่งหน้าไปยังสถานี Unazuki Onsen (宇奈月温泉駅) และจากสถานี Unazuki Onsen ให้เดินไปที่สถานี Unazuki (宇奈月駅) เพื่อไปที่ทางรถไฟ Kurobe Gorge ตั๋วไป-กลับระหว่าง Unazuki และ Keyakidaira มีราคาราว 3,960 เยน/คน (ผู้ใหญ่) เนื่องจากที่นี่เป็นพื้นที่ที่มีหิมะตกหนัก ทางรถไฟที่เชื่อมไปถึง Keyakidaira จึงให้บริการแค่ช่วงกลางพฤษภาคมจนถึงพฤศจิกายนเท่านั้น

 

ชมดอกไม้ที่สวยงาม ทิวลิปแห่งโทนามิ

นอกจากภูเขาแล้ว โทยามะยังมีชื่อเสียงเรื่องทิวลิปอีกด้วย ดอกทิวลิปที่สวยงามนี้เป็นดอกไม้ประจำจังหวัดโทยามะ ซึ่งไม่น่าแปลกใจเลย เพราะโทยามะเป็นจังหวัดผู้ผลิตทิวลิปอันดับหนึ่งของญี่ปุ่น โดยเฉพาะเมืองโทนามิ (砺波市 Tonami-shi) ที่เป็นแหล่งผลิตทิวลิปอันดับหนึ่งของญี่ปุ่น อีกทั้งยังเป็นที่จัดงาน Tonami Tulip Fair ประจำปีตั้งแต่ช่วงปลายเมษายนไปจนถึงต้นพฤษภาคม

 

เทศกาล Tonami Tulip Festival จัดระหว่างปลายเมษายนไปจนถึงต้นเดือนพฤษภาคม (เครดิตรูปภาพ: とやま観光推進機構)

 

งาน Tonami Tulip Fair ที่จัดขึ้นเป็นระยะเวลา 2 อาทิตย์ที่ Tonami Tulip Park (砺波チューリップ公園) นี้ เป็นงานที่คุณสามารถชมดอกทิวลิปหลากสีสันกว่า 3 ล้านดอกจาก 300 สายพันธุ์ที่บานไปทั่วพื้นที่สวน จากระเบียงชมวิวบน Tulip Tower ที่เพิ่งรีโนเวทใหม่ คุณสามารถชมวิวรอบๆ ได้แบบ 360 องศา และมองเห็น “ภาพวาด” ที่ประกอบขึ้นจากบรรดาดอกทิวลิปที่ปลูกอยู่บนแปลงดอกไม้ขนาดใหญ่ นอกจากนี้ก็ยังมีสวนสไตล์ดัตช์, สวนกังหันน้ำ, “กำแพง” ทิวลิป, ดอกทิวลิปที่ลอยอยู่บนน้ำ และหลากหลายการจัดแสดงทิวลิปที่ให้เราเพลิดเพลินได้ ถ้าคุณรักดอกไม้ล่ะก็ นี่คืองานเทศกาลที่คุณต้องไปให้ได้!

 

Tonami Tulip Park (砺波チューリップ公園)
ที่อยู่: 100-1 Nakamura, Tonami-shi, Toyama 939-1382
การเดินทาง: เดิน 15 นาทีหรือนั่งชัตเติ้ลบัสบริการฟรีจากสถานี JR Tonami (砺波駅) (ให้บริการเฉพาะช่วงงานเทศกาลเท่านั้น)
เวลาทำการ: 8:30–17:30
ค่าเข้า: 1,300 เยน/คน (ผู้ใหญ่)

 

เพลิดเพลินกับบรรดาทิวลิปแห่งโทนามิได้ตลอดปีที่ Tonami Tulip Gallery (เครดิตรูปภาพ: とやま観光推進機構)

 

แต่ถ้าคุณไม่สามารถมาที่โทนามิในช่วงงานเทศกาลได้ ไม่ต้องห่วง คุณยังสามารถชมบรรดาดอกทิวลิปที่สวยงามได้ในที่ร่มตลอดทั้งปีที่ Tonami Tulip Gallery (チューリップ四季彩館 chūrippu shikisaikan) หอนิทรรศการที่ตั้งอยู่ด้านในสวน นอกจากการจัดแสดงทิวลิปแล้ว ยังมีโซนพิพิธภัณฑ์ที่คุณสามารถเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับดอกทิวลิปและการปลูกทิวลิปได้

Tonami Tulip Gallery (チューリップ四季彩館)
ที่อยู่: 100-1 Nakamura, Tonami-shi, Toyama 939-1382
การเดินทาง: เดิน 15 นาทีจากสถานี JR Tonami (砺波駅)
เวลาทำการ: 9:00–18:00
ค่าเข้า: 310 เยน/คน (ผู้ใหญ่)

 

เมืองศูนย์กลางที่นำสมัย

จังหวัดโทยามะอาจจะเป็นจังหวัดที่เต็มไปด้วยอาหารทะเล ภูเขา และธรรมชาติ แต่เมืองโทยามะ (富山市) ที่เป็นเมืองหลวงของจังหวัดเป็นเมืองที่ควรไปเที่ยวเพื่อสัมผัสสถาปัตยกรรมที่นำสมัยเช่นกัน

 

วิวแนวเทือกเขาทาเตยามะที่เห็นได้จากเมืองโทยามะ (เครดิตรูปภาพ: とやま観光推進機構 x イナガキヤスト)

 

เพียงเดิน 10 นาทีจากสถานี Toyama คุณจะเจอกับสวน Fugan Canal Kansui Park (富岩運河環水公園 Fugan Unga Kansui Kо̄en) ที่คุณสามารถผ่อนคลายไปกับภูมิทัศน์ที่สวยงามได้ และในวันที่อากาศแจ่มใส คุณสามารถเห็นแนวเทือกเขาทาเตยามะได้ด้วย ณ สวนสาธารณะที่เต็มไปด้วยธรรมชาตินี้ คุณสามารถชมวิวต้นซากุระในฤดูใบไม้ผลิ แมกไม้เขียวขจีในฤดูร้อน ใบไม้เปลี่ยนสีเฉดอบอุ่นในฤดูใบไม้ร่วง และวิวหิมะขาวโพลนในฤดูหนาว!

 

ร้าน Starbucks ที่สวยที่สุดในโลก

ร้าน Starbucks ที่สวยที่สุดในโลก (เครดิตรูปภาพ: Kanesue / CC BY 2.0)

 

ถ้าคุณเป็นแฟนคลับร้าน Starbucks หรือชอบการนั่งร้านคาเฟ่ล่ะก็ จุดต่อไปนี้คือไฮไลท์สำหรับคุณเลย ในพื้นที่สวนคือ “ร้าน Starbucks ที่สวยที่สุดในโลก” (世界一美しいスタバ Sekai-ichi Utsukushii Sutaba) โดยร้าน Starbucks สาขา Toyama Kansui Park ที่เปิดเมื่อปี  2008 นี้ถือเป็นร้าน Starbucks แห่งแรกในญี่ปุ่นที่เปิดให้บริการภายในสวน

 

นอกจากทำเลที่ตั้งอยู่ริมตลิ่งของคลองฟุกัน (Fugan Canal) แล้ว ตัวร้านมีดีไซน์ที่เรียบง่ายแต่ทันสมัย โดยมีหน้าต่างบานใหญ่ตั้งแต่พื้นจรดเพดานซึ่งเข้ากันได้ดีกับบรรยากาศธรรมชาติที่สวยงามของสวน Kansui Park

 

วิวจากด้านในร้าน Starbucks ที่สวยที่สุด (เครดิตรูปภาพ: Kanesue / CC BY 2.0)

 

ที่น่าสนใจคือ ที่ร้าน Starbucks แห่งนี้มีชื่อเสียงในฐานะ “ร้าน Starbucks ที่สวยที่สุดในโลก” นั้น ไม่ได้เป็นเพราะการออกแบบภายนอกของร้าน แต่เป็นเพราะวิวชั้นเยี่ยมที่คุณเห็นได้จากภายในร้านต่างหาก หน้าต่างที่สูงจากพื้นจรดเพดานสุดโมเดิร์นของร้านนั้นปล่อยให้แสงธรรมชาติส่องเข้ามาได้อย่างเต็มที่ ดังนั้นคุณจึงสามารถชมวิวที่สดใสและกว้างขวางของสวน Kansui Park ที่อยู่รอบๆ ได้

 

แม้ว่าที่นั่งกลางแจ้งบนระเบียงไม้จะเป็นทำเลที่นั่งยอดนิยม แต่ที่นั่งด้านในเองก็มีวิวที่สวยงามเช่นกัน แถมยังเป็นที่นั่งที่คุณไม่ต้องห่วงเรื่องฝนและลมพัดด้วย ด้านในร้านมีที่นั่งต่างระดับที่ลดหลั่นกันลงมาคล้ายที่นั่งในโรงภาพยนตร์ ดังนั้นโต๊ะและเก้าอี้ที่อยู่ด้านหลังจะสูงกว่าโต๊ะเก้าอี้ที่อยู่ด้านหน้า การจัดแบบนี้ทำให้ลูกค้าทุกคนสามารถเห็นวิวได้ชัดๆ โดยไม่ถูกคนที่นั่งอยู่ข้างหน้าบัง!

 

Starbucks Toyama Kansui Park (スターバックス富山環水公園店)
ที่อยู่: 5 Minatoirifune-cho, Toyama-shi, Toyama 930-0805
การเดินทาง: เดิน 10 นาทีจากสถานี JR Toyama (富山駅)
เวลาทำการ: 8:00–22:30

 

Toyama Glass Art Museum

อีกสถานที่ดูดีมีสไตล์ที่คุณต้องไปในเมืองโทยามะก็คืออาคาร Toyama Kirari (TOYAMA キラリ) ที่สวยเด่นและเป็นที่ตั้งของ Toyama Glass Art Museum (富山市ガラス美術館 Toyama-shi Garasu Bijutsukan) นอกจากสถาปัตยกรรมภายนอกที่ดูล้ำสมัยแล้ว การตกแต่งภายในของอาคารนี้ยังมีห้องโถงใหญ่ตรงกลางที่ทำมุมเฉียงไม่เหมือนใครซึ่งห้องโถงนี้เปิดให้แสงธรรมชาติส่องเข้ามาได้อย่างเต็มที่ และยังมีการตกแต่งด้วยกระดานไม้ซีดาร์ที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นอีกด้วย

 

อาคาร Toyama Kirari เป็นที่ตั้งของ Toyama Glass Art Museum และหอสมุดสาธารณะของเมือง (เครดิตรูปภาพ: JR East / Carissa Loh)

 

Toyama Glass Art Museum มีทั้งนิทรรศการแบบชั่วคราวและแบบถาวรซึ่งเน้นศิลปะการเป่าแก้วแบบร่วมสมัย ที่ห้ามพลาดคือ "Glass Art Garden: Chihuly Experience" บนชั้น 6 ที่จัดแสดงผลงานศิลปินนักเป่าแก้วระดับตำนาน Dale Chihuly และถ้าคุณรู้สึกว่าชื่อนี้คุ้นๆ นั่นก็เพราะว่าผลงานปฏิมากรรมแก้วบางงานของเขากำลังถูกจัดแสดงอยู่ที่ Gardens by the Bay ในประเทศสิงคโปร์นั่นเอง!

 

Glass Art Garden: Chihuly Experience เป็นไฮไลท์ที่ตระการตา เต็มไปด้วยสีสัน และเป็นที่ที่ควรไปเป็นอย่างยิ่งถ้าคุณมาที่เมืองโทยามะ นอกจาก Glass Art Museum แล้ว อาคาร Toyama Kirari ยังเป็นที่ตั้งสาขาหลักของหอสมุดสาธารณะแห่งเมืองโทยามะอีกด้วย ถ้าหอสมุดใกล้บ้านฉันสวยแบบนี้ล่ะก็ ฉันคงไปที่นั่นทุกวันเลยล่ะ!

 

Toyama Glass Art Museum (富山市ガラス美術館)
ที่อยู่: 5-1 Nishicho, Toyama-shi, Toyama 930-0062
การเดินทาง: จากสถานี Toyama Station นั่งรถรางประจำเมืองที่มุ่งหน้าไปยัง Minami-Toyama-Ekimae และลงที่ป้าย Nishicho จากนั้นเดินต่ออีก 1 นาทีก็จะถึงที่พิพิธภัณฑ์
เวลาทำการ: 09:30–18:00 (อา.–พฤ.) / 09:30–20:00 (ศ.–ส.) (ปิดทำการทุกวันพุธที่ 1 และ 3 ของเดือน และปิดช่วงวันหยุดส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่)
ค่าเข้า: 200 เยนสำหรับเข้าชมนิทรรศการถาวร ส่วนนิทรรศการชั่วคราวนั้นจะมีค่าเข้าชมที่ต่างกันออกไปตามแต่ละงาน

 

วัฒนธรรมและประเพณีที่ไม่เหมือนใคร

ด้วยภูเขามากมายที่สร้างสภาพแวดล้อมในการใช้ชีวิตที่ไม่เหมือนใครและแยกคนในพื้นที่ออกจากส่วนอื่นของประเทศ ชุมชนหลายแห่งตามภูเขาของโทยามะจึงมีวัฒนธรรมและประเพณีที่ไม่เหมือนใคร เราลองมาดูกันว่ามีอะไรบ้าง

 

กระท่อมเทพนิยายที่โกคายามะ

คุณอาจจะเคยได้ยินชื่อชิราคาวะโกในจังหวัดกิฟุ แต่คุณรู้ไหม? ว่าบ้านกัชโชสุกุริ (合掌造り gasshо̄zukuri) ที่เป็นพื้นที่มรดกโลกโดย UNESCO นั้น ที่จริงแล้วประกอบด้วยสถานที่สองแห่ง ได้แก่ ชิราคาวะโกในกิฟุ และโกคายามะ (五箇山) ในโทยามะนั่นเอง

 

บ้านกัชโชสุกุริของโกคายามะที่ดูเหมือนกระท่อมในเทพนิยาย (เครดิตรูปภาพ: JR East / Carissa Loh)

 

นักท่องเที่ยวส่วนมากจากพากันไปที่ชิราคาวะโก แต่พอได้ไปมาแล้วทั้งสองที่ ฉันแนะนำโกคายามะเป็นอย่างยิ่ง แม้ว่าหมู่บ้านที่นี่จะมีขนาดเล็กกว่าและอยู่ห่างไกลกว่าด้วยทำเลที่ตั้งอยู่บนเนินเขา แต่หมู่บ้านที่โกคายามะแห่งนี้เป็นหมู่บ้านที่สวยงามราวกับเป็นกระท่อมในเทพนิยายก็ไม่ปาน! ในโกคายามะจะมีทั้งหมดสองหมู่บ้านด้วยกัน ได้แก่ไอโนะคุระ (相倉 Ainokura) ที่มีบ้าน 20 หลังและสุกะนุมะ (菅沼 Suganuma)  ที่มีบ้าน 9 หลัง

 

บ้านกัชโชสุกุริของโกคายามะในฤดูกาลต่างๆ (เครดิตรูปภาพ:とやま観光推進機構)

 

บ้านกัชโชสุกุริมีลักษณะเด่นคือหลังคาสามเหลี่ยมทรงสูงที่ดูเหมือนมือที่พนมกัน ที่จริงลักษณะที่ว่านี้เองที่เป็นที่มาของชื่อ กัชโช (合掌 gasshо̄) หมายถึงการพนมมือกันเพื่อสวดมนต์ และด้วยทำเลที่ตั้งอยู่ในบริเวณภูเขา ที่นี่จึงมีหิมะตกหนักในฤดูหนาว ซึ่งรูปทรงของหลังคานี้มีไว้เพื่อป้องกันไม่ให้หิมะตกทับถมจนบ้านถล่มนั่นเอง

 

ภายในพิพิธภัณฑ์ Ainokura Folk Museum #2 (เครดิตรูปภาพ: JR East / Carissa Loh)

 

บ้านเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 18 และปัจจุบันกลายเป็นพิพิธภัณฑ์ ร้านอาหาร หรือเรียวคัง (โรงเตี๊ยม) บ้านเหล่านี้ยังคงได้รับการซ่อมบำรุงอยู่เป็นประจำโดยหลังคาไม้ซีดาร์จะถูกสร้างใหม่ทุกๆ สิบปีโดยประมาณ เพียงจ่ายค่าเข้าเล็กน้อย คุณสามารถเข้าเยี่ยมชมบ้านบางหลังที่ถูกปรับให้เป็นพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นได้ด้วย

 

พิพิธภัณฑ์เหล่านี้มีวีดิทัศน์เกี่ยวกับการแสดงพื้นบ้านให้เราได้เห็นความเป็นอยู่ของชีวิตชนบทเมื่อหลายศตวรรษก่อน คุณยังสามารถเรียนรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ที่มีเอกล้กษณ์เฉพาะตัวของบ้านและชุมชนแห่งนี้ได้ผ่านเครื่องดนตรีพื้นบ้านซาซาระและโกกิริโกะ (เครื่องดนตรีในรูปขวาบนและขวาล่าง)

 

การเดินทางไปโกคายามะ:

การเดินทาง: จากสถานี JR Toyama (富山駅) นั่งรถไฟ Hokuriku Shinkansen 10 นาทีไปยังสถานี JR Shin-Takaoka (新高岡駅) และจากสถานี Shin-Takaoka นั่งรถบัส Kaetsuno ไปลงที่ไอโนะคุระ (65 นาที) หรือสุกะนุมะ (80 นาที)

 

เทศกาลพื้นบ้านสุดลึกลับ: โอวาระคาเสะ โนะ บง

ที่ยัตสึโอะ (八尾, Yatsuo) เมืองประวัติศาสตร์เล็กๆ แห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ท่ามกลางภูเขาทางตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองโทยามะนั้น จะมีเทศกาลชื่อโอวาระคาเสะ โนะ บง (おわら風の盆) เทศกาลสุดคึกคักที่จัดขึ้นในช่วง 3 วันแรกของเดือนกันยายน

 

หมวกฟางขอบต่ำที่ปิดใบหน้าของผู้แสดงถือเป็นจุดเด่นของโอวาระ คาเสะ โนะ บง (เครดิตรูปภาพ: とやま観光推進機構)

 

ว่ากันว่าเทศกาลนี้เริ่มขึ้นเมื่อประมาณ 300 ปีก่อน โดยเดิมทีถูกจัดขึ้นเพื่อภาวนาต่อบรรดาเทพแห่งลมเพื่อขอให้มีผลผลิตที่ดี และเพื่อคุ้มครองไร่ของพวกเขาให้ปลอดภัยจากภัยธรรมชาติ นักเต้นในงานเทศกาลจะสวมหมวกเทศกาลที่ปิดบังใบหน้าของพวกเขาเพื่อหลบซ่อนจากความพิโรธของบรรดาเทพเจ้า

 

บางคนจะเต้นรำกันตลอดทั้งคืน (เครดิตรูปภาพ:とやま観光推進機構)

 

ระหว่างช่วงเทศกาล ถนนเส้นต่างๆ ของเมืองยัตสึโอะจะถูกประดับด้วยโคมกระดาษ และไฮไลท์ของงานเทศกาลคือการเต้นระบำพื้นบ้านที่สวยสง่าและมีให้เห็นตลอดทั้งคืน! ตั้งแต่ช่วงบ่ายไปจนถึงกลางคืนช่วงดึก นักเต้นนับสิบจะแต่งตัวด้วยชุดหลากสีสันและหมวกขอบต่ำที่ปกปิดใบหน้าของพวกเขา โดยนักเต้นจะรวมตัวกันเป็นขบวนแล้วเต้นไปตามท้องถนนของเมืองยัตสึโอะ

 

คนทั้งหมดนี้จะเต้นไปตามทำนองเพลงเนิบช้าชวนเหงาเล็กน้อยที่บรรเลงโดยเครื่องสายของญี่ปุ่นเช่นชามิเซนและโคะคิว แม้ว่าการเต้นรำของนักเต้นจะจบลงอย่างเป็นทางการ ณ เวลา 23:00 แต่คุณมักจะเห็นผู้คนรวมถึงนักท่องเที่ยวยังคงเต้นกันอยู่จนฟ้าสว่าง!

 

การเดินทางไปที่นั่น

จังหวัดโทยามะเป็นจังหวัดที่เต็มไปด้วยขุมทรัพย์และของอร่อยมากมายที่รอคุณไปเพลิดเพลินอยู่ ไม่ว่าจะเป็นธรรมชาติตระการตา ออนเซ็นชวนผ่อนคลาย ประเพณีท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์ หรืออาหารอร่อยๆ ถ้ามีโอกาสมาญี่ปุ่นครั้งหน้า มาสัมผัสไฮไลท์พวกนี้กันให้ได้นะ!

 

ตั้งแต่ Hokuriku Shinkansen ขยายมาถึงที่นี่ในปี 2015 คุณสามารถเดินทางมาที่สถานี JR Toyama (富山駅) ได้ภายใน 2 ชั่วโมง โดยนั่งรถไฟ Hokuriku Shinkansen จากสถานี JR Tо̄kyо̄ (東京駅) ทำให้การมาเที่ยวที่นี่เป็นอะไรที่รวดเร็วและสะดวกมาก

 

Hokuriku Arch Pass

ตั๋ว Hokuriku Arch Pass เป็นตั๋วที่ใช้งานสะดวกสำหรับการเดินทางในภูมิภาคโฮคุริคุ (เครดิตรูปภาพ: JR East)

 

ถ้าคุณกำลังจะเดินทางไปจังหวัดโทยามะและภูมิภาคโฮคุริคุ ขอแนะนำ Hokuriku Arch Pass ตั๋วราคาย่อมเยาที่ให้คุณสามารถขึ้นรถไฟ Hokuriku Shinkansen และรถไฟในเครือ JR East และ JR West (รวมถึงรถไฟชินกันเซ็นอื่น) ได้อย่างไม่จำกัดเที่ยวตลอดระยะเวลา 7 วันติดกัน

 

ด้วยราคาเมื่อซื้อนอกประเทศญี่ปุ่นที่ตกเพียง 24,500 เยน คุณสามารถประหยัดค่าเดินทางได้มากเมื่อเทียบกับค่าไปกลับระหว่างโตเกียวและโทยามะ (~26,000 เยน) และมีราคาถูกกว่าตั๋ว 7-day Nationwide Japan Rail Pass อีกด้วย นอกจากนี้ ผู้ถือตั๋ว Hokuriku Arch Pass ยังจะได้รับส่วนลดสำหรับตั๋วโดยสารอื่นๆ และค่าเข้าชมสถานที่ต่างๆ โดยคุณสามารถเช็ครายละเอียดได้ที่นี่

 

เครดิตรูปภาพส่วนหัวบทความ: とやま観光推進機構
Translated by ANNGLE

 

บทความที่เกี่ยวข้อง

Share this article:
TSC-Banner
Niigata-Right