2402-Left
Rail Travel

ขอต้อนรับสู่อุเอดะ เมืองปราสาทที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ซามูไร

ขอต้อนรับสู่อุเอดะ เมืองปราสาทที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ซามูไร

ถ้าพูดถึง “เมืองซามูไร” แล้วคุณนึกถึงที่ไหนในญี่ปุ่นเอ่ย? ด้วยประวัติศาสตร์ที่มีมาอย่างยาวนาน ประเทศญี่ปุ่นจึงเต็มไปด้วยสถานที่มากมายที่รักษาบรรยากาศเมืองปราสาทในอดีตไว้อยู่ และในบทความนี้เราจะมาแนะนำเมืองอุเอดะ (上田 Ueda) เมืองซามูไรที่มีชื่อเสียงในฐานะบ้านเกิดของหนึ่งในตระกูลซามูไรที่เป็นที่ชื่นชอบมากที่สุด นั่นคือตระกูลซานาดะ (真田家 Sanada-ke) ถ้าคุณเป็นคอประวัติศาสตร์ล่ะก็ เมืองอุเอดะคือสถานที่ที่คุณควรไปเยี่ยมให้ได้ ที่นี่เป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวที่ไม่ค่อยมีใครรู้จักของจังหวัดนากาโนะ โดยเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมเก่าแก่ วัดวาอารามที่น่าค้นหา ออนเซ็นชวนผ่อนคลาย และทุกสิ่งที่คุณค้นหา!

 

เมืองอุเอดะเป็นเมืองปราสาทขนาดย่อมที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์แห่งซามูไร โดยเฉพาะในด้านที่เกี่ยวข้องกับตระกูลซานาดะซึ่งเป็นตระกูลซามูไรที่มีชื่อเสียงที่สุดของจังหวัดนากาโนะ หนึ่งในสมาชิกตระกูลที่มีความสำคัญกับเมืองอุเอดะก็คือซานาดะ ยูคิมุระ (真田幸村) หรือชื่อเดิมคือซานาดะ โนบุชิเงะ (真田信繁) ซึ่งเป็นนักรบซามูไรที่มีอำนาจมากในช่วงยุคเซ็นโกคุ (戦国時代 Sengoku-jidai, ยุคสงคราม) คนญี่ปุ่นส่วนมากจะมีซามูไรคนโปรดของตัวเอง และในการจัดอันดับแม่ทัพยุคเซ็นโกคุ (戦国武将 Sengoku Bushо̄) ยอดนิยมทั่วประเทศนั้น ซานาดะ ยูคิมุระมักจะได้อันดับที่หนึ่ง โดยชนะโทคุกาวะ อิเอยาสุ และ โอดะ โนบุนากะ ที่ต่างเป็นบุคลสำคัญทางประวัติศาสตร์ที่ขึ้นชื่อในฐานะผู้รวมประเทศญี่ปุ่นให้เป็นปึกแผ่น

 

จุดที่ต้องไปเที่ยวในเมืองอุเอดะ (เครดิตภาพ: photoAC (บน) และ Ueda City Multimedia Information Center (ล่าง))

 

นอกจากประวัติศาสตร์ซามูไรที่น่าสนใจแล้ว เมืองอุเอดะยังมีซากุระที่สวยงามในฤดูใบไม้ผลิ ออนเซ็นเก่าแก่นับศตวรรษที่ชวนผ่อนคลาย วัดเก่าแก่ที่ถูกรักษามาเป็นอย่างดี และอีกมากมาย มาดูบางส่วนของสถานที่ห้ามพลาดในเมืองอุเอดะกัน!

 

① สวนปราสาทอุเอดะ

แน่นอนว่าดาวเด่นและสถานที่ท่องเที่ยวห้ามพลาดแห่งเมืองอุเอดะก็คือสวนปราสาทอุเอดะ (上田城跡公園 Ueda Jо̄seki Kо̄en) ซึ่งเป็นที่ตั้งของปราสาทอุเอดะ (上田城 Ueda-jо̄) หนึ่งใน 100 ปราสาทที่มีชื่อเสียงที่สุดของญี่ปุ่น (Japan’s 100 Famous Castles) ปราสาทอุเอดะแห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อศตวรรษที่ 16 โดยซานาดะ มาซายูกิผู้เป็นพ่อของซานาดะ ยูคิมุระ และว่ากันว่าเป็นปราสาทที่ไม่มีวันตีแตก โดยสามารถทนการบุกรุกของกองทัพโทคุกาวะได้มากถึงสองครั้งทีเดียว

 

ปราสาทอุเอดะในฤดูใบไม้ผลิ (เครดิตภาพ: Ueda City Multimedia Information Center)

 

ในยุคนั้น บรรดาแม่ทัพของญี่ปุ่นจะถูกแบ่งออกเป็นกลุ่มกองทัพฝั่งตะวันตกที่นำโดยอิชิดะ มิตสึนาริ และกองทัพฝั่งตะวันออกที่นำโดยโทคุกาวะ อิเอยาสุ ทั้งสองฝั่งจะต่อสู้กันในสุดยอดศึกตัดสินของญี่ปุ่น (天下分け目の戦い Tenka Wakeme no Tatakai) นั่นคือยุทธการที่เซกิงาฮาระ (関ヶ原の戦い Sekigahara no tatakai) เพื่อเป็นหลักประกันความอยู่รอดของตระกูลซานาดะรุ่นต่อไปในยุคที่ผันผวนด้วยสงครามนี้ ทางตระกูลจึงสู้ให้กับทั้งสองฝ่ายในสงครามนี้ โดยซานาดะ ยูคิมุระและพ่อของเขาเลือกที่จะอยู่ในเมืองอุเอดะและสู้กับกองทัพของโทคุกาวะ และแม้จะเสียเปรียบด้านกำลังคนอย่างมาก แต่พวกเขาก็ไม่ยอมแพ้จนถึงที่สุด

 

อย่างที่แฟนพันธุ์แท้ประวัติศาสตร์คงรู้ ท้ายที่สุดกองทัพตะวันออกคือผู้คว้าชัยในยุทธการที่เซกิงาฮาระ หลังจากที่พ่ายแพ้ ซานาดะ ยูคิมุระและพ่อของเขาถูกเนรเทศออกจากปราสาทอุเอดะ อันที่จริงพวกเขาควรจะถูกประหารด้วยซ้ำ แต่ด้วยบทบาทของซานาดะ โนบุยูกิในกองทัพฝั่งตะวันออกทำให้ทั้งสองรอดชีวิตและถูกเนรเทศไปที่คุโดยามะ (Kudoyama) ในพื้นที่จังหวัดวากายามะในปัจจุบันแทน

 

ตระกูลซานาดะถูกสืบทอดต่อโดยซานาดะ โนบุยูกิ ซึ่งต่อมาได้รับแคว้นมัตสึชิโระให้ปกครอง ถ้าคุณไปเที่ยวมัตสึชิโระล่ะก็ ต้องไปเที่ยวปราสาทมัตสึชิโระให้ได้นะ!

 

ปราสาทอุเอดะในฤดูใบไม้ผลิ (เครดิตภาพ: Ueda City Multimedia Information Center)

 

ในยุคเมจิ (1868­–1912) ที่มีการยกเลิกระบบแคว้นศักดินา ปราสาทอุเอดะก็ถูกทำลายจนหลงเหลือเพียงหินบางส่วนและหอคอยเพียงอันเดียวเท่านั้น ส่วนพื้นที่ปราสาทถูกเปลี่ยนเป็นสวนสาธารณะ และนับตั้งแต่นั้นประตูหลักและหอคอยอื่นก็ถูกบูรณะขึ้นมาใหม่

 

ปราสาทอุเอดะจะสวยเป็นพิเศษในฤดูใบไม้ผลิซึ่งเป็นช่วงที่คุณสามารถชมวิวปราสาทที่ตัดกับดอกซากุระ (桜 sakura) สีชมพูสวยงามในฉากหลังได้ ในตอนเย็นจะมีการเปิดไฟประดับต้นซากุระทำให้ได้บรรยากาศที่มีมนต์เสน่ห์ ด้วยต้นซากุระหลากสายพันธุ์ราว 1,000 ต้น ซากปราสาทที่สวยงามเป็นฉากหลัง และประวัติศาตร์ที่เก่าแก่นี้ ทำให้สวนปราสาทอุเอดะเป็นหนึ่งในจุดชมซากุระที่ได้รับความนิยมมากที่สุดแห่งหนึ่งในพื้นที่ตะวันออกของจังหวัดนากาโนะ

 

ฤดูกาลทั้งสี่ ณ ปราสาทอุเอดะ (เครดิตภาพ: Ueda City Multimedia Information Center)

 

สวนปราสาทอุเอดะเป็นสถานที่ที่คุณสามารถไปเที่ยวได้ทั้งปี โดยมีดอกซากุระสีชมพูในฤดูใบไม้ผลิ ต้นไม้เขียวขจีในฤดูร้อน แมกไม้สีร้อนแรงในฤดูใบไม้ร่วง และหิมะขาวเป็นประกายในฤดูหนาว ไม่ว่าจะเป็นฤดูกาลไหน การเดินไปรอบๆ พื้นที่สวนปราสาทกว้างขวางพลางนึกถึงเหตุการณ์น่าตื่นเต้นในประวัติศาสตร์ที่เคยเกิดขึ้น ณ ที่แห่งนี้เป็นอะไรที่ชวนผ่อนคลายทีเดียว!

 

ฤดูใบไม้ร่วงที่สวนปราสาทอุเอดะ (เครดิตภาพ: Ueda City Multimedia Information Center)

สวนปราสาทอุเอดะ (上田城跡公園)
ที่อยู่: 6263-i Ninomaru, Ueda-shi, Nagano 386-0026
การเดินทาง: เดิน 12 นาทีจากสถานี JR Ueda (上田駅)
เวลาทำการ: เปิดตลอด 24 ชม.
ค่าเข้าชม: ฟรี

 

② สถานที่และกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับตระกูลซานาดะ

นอกจากสวนปราสาทอุเอดะแล้ว ยังมีสถานที่สำคัญอีกมากมายในเมืองอุเอดะที่เกี่ยวข้องกับตระกูลซานาดะ ซึ่งเป็นที่รู้จักในนาม “Sanada Yukari-no-chi” (真田ゆかりの地) บางสถานที่ตั้งอยู่ใกล้กับปราสาทในระยะที่เดินไปถึงได้ ในขณะที่บางที่จะอยู่ที่หมู่บ้านซานาดะซึ่งอยู่ห่างออกไปจากใจกลางเมืองอุเอดะในรัศมี 7 กม. ลองไปทำความรู้จักกับสถานที่บางแห่งของ Yukari-no-chi กัน

 

Ueda City Centre

รูปปั้นซานาดะ ยูคิมุระบนหลังม้า

รูปปั้นซานาดะ ยูคิมุระในเมืองอุเอดะ (เครดิตภาพ: Ueda City Multimedia Information Center)

 

ณ ใจกลางเมืองหน้าสถานี Ueda คุณจะพบกับรูปปั้นซานาดะ ยูคิมุระ ผู้ที่ถูกขนานนามว่าเป็น “ขุนศึกอันดับหนึ่งของญี่ปุ่น” (日本一の兵 Hinomoto Ichi no Tsuwamono) แม้ว่าเขาจะถูกเนรเทศไปยังคุโดยามะหลังยุทธการที่เซกิงาฮาระ แต่ภายหลังเขาสามารถหลบหนีและกลับมาเข้าร่วมกับกองทัพฝั่งตะวันตกได้ ในระหว่างการปิดล้อมในฤดูร้อนที่ปราสาทโอซาก้า (大坂夏の陣 О̄saka Natsu no Jin) กองทัพของเขาเป็นกลุ่มเดียวของกองทัพฝั่งตะวันตกที่เข้าโจมตีฐานมั่นของโทคุกาวะ อิเอยาสุอย่างดุเดือด และว่ากันว่าซานาดะ ยูคิมุระคือแม่ทัพที่โทคุกาวะ อิเอยาสุหวั่นกลัวเป็นที่สุด

 

ศาลเจ้าซานาดะ

ศาลเจ้าซานาดะ (เครดิตภาพ: photoAC)

 

สำหรับนักเรียนที่อยากจะเอาชนะข้อสอบให้ได้ มาที่ศาลเจ้าซานาดะเลย ศาลเจ้าซานาดะ (眞田神社 Sanada Jinja) ตั้งอยู่ในพื้นที่สวนปราสาทอุเอดะ และเป็นศาลเจ้าที่บูชาเจ้าของปราสาทอุเอดะในอดีต ได้แก่ตระกูลซานาดะ ตระกูลเซ็นโกคุ และตระกูลมัตสึไดระ

 

ศาลเจ้าซานาดะ (เครดิตภาพ: photoAC)

 

ศาลเจ้าซานาดะเป็นศาลเจ้าที่ได้รับความนิยมในหมู่ผู้เข้าสอบในโรงเรียน เพราะปราสาทอุเอดะขึ้นชื่อเรื่องการไม่ตกเป็นของศัตรูแม้ว่าจะถูกกองทัพของโทคุกาวะบุกถึงสองครั้งด้วยกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในการปิดล้อมครั้งที่สองที่อุเอดะ (第二次上田合戦 Dainiji Ueda Gassen) นั้น แม้จะมีทหารเพียง 3,000 คน แต่กองทัพของซานาดะ ยูคิมุระสามารถต้านทานกองทัพของโทคุกาวะ ฮิเดทาดะที่มี 38,000 คนได้ ต่อมาโทคุกาวะ ฮิเดะทาดะ (ลูกชายของโทคุกาวะ อิเอยาสุ) ยอมแพ้แล้วเดินทางร่วมยุทธการที่เซกิงาฮาระแทน แต่เขาไปช้าเพราะติดพันการสู้รบกับกองทัพของซานาดะที่ปราสาทอุเอดะมา และพลาดเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์ไปโดยปริยาย

 

ด้วยแรงบันดาลใจจากเรื่องเล่านี้ นักเรียนหลายคนจึงแวะมาสักการะที่ศาลเจ้าซานาดะกันเพื่อขอพรเรื่องโชคและผลการสอบที่ดี โดยหวังว่าตัวพวกเขาเองจะสามารถก้าวข้ามการสอบและมีชัยได้เช่นกัน ที่ศาลเจ้าซานาดะคุณจะเห็นหมวกสีแดงสดที่มีเขากวางอยู่ ซึ่งว่ากันว่าเป็นหมวกที่ซานาดะ ยูคิมุระเคยสวมนั่นเอง

 

ศาลเจ้าซานาดะ (眞田神社)
ที่อยู่: 1-12 Ninomaru, Ueda-shi, Nagano, 386-0026
การเดินทาง: เดิน 17 นาทีจากสถานี JR Ueda (上田駅)
เวลาทำการ: 08:30–17:00 น. (ปิดทุกวันพุธ ยกเว้นในเดือนสิงหาคม-ตุลาคมซึ่งจะเป็นช่วงเดือนที่ศาลเจ้าเปิดทุกวัน)
ค่าเข้าชม: ฟรี

 

Ikenami Shotaro Sanada Taiheiki-kan

ภายใน Ikenami Shotaro Sanada Taiheiki-kan (เครดิตภาพ: Ueda City Multimedia Information Center)

 

นอกจากจะเป็นกลุ่มบุคคลที่มีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์แล้ว ตระกูลซานาดะยังปรากฏในนิยาย หนังสือการ์ตูน และวิดีโอเกมส์แนวอิงประวัติศาสตร์มากมาย ในไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้มีละครของช่องโทรทัศน์ NHK เรื่องหนึ่งชื่อ Sanada Maru (真田丸) ที่ออกอากาศเมื่อปี 2016 และทำให้การท่องเที่ยวของเมืองอุเอดะบูมขึ้นมา

 

แต่คุณรู้หรือไม่? ว่าที่จริงแล้วมีละคร NHK เกี่ยวกับตระกูลซานาดะอีกเรื่องหนึ่งที่ออกอากาศเมื่อปี 1980 ชื่อ Sanada Taiheiki (真田太平記) ซึ่งเล่าเรื่องเกี่ยวกับตระกูลซานาดะในช่วงปลายยุคเซ็นโกคุ โดยละครเรื่องนี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากตอนที่ออกอากาศเป็นครั้งแรก

 

ภายนอก Ikenami Shotaro Sanada Taiheiki-kan (เครดิตภาพ: Ueda City Multimedia Information Center)

 

ละครเรื่องนี้สร้างขึ้นจากนิยายอิงประวัติศาสตร์ชื่อเดียวกันที่เขียนโดยอิเคนามิ โชทาโร่ (Ikenami Shotaro) นักเขียนรางวัล Naoki Prize ที่เขียนนิยายอิงประวัติศาสตร์หลายเล่ม ซึ่งในจำนวนนี้มีเรื่องที่ถูกนำไปดัดแปลงเป็นละครซีรี่ส์และภาพยนตร์อยู่หลายเรื่องด้วยกัน ในเมืองอุเอดะจะมี Ikenami Shotaro Sanada Taiheiki-kan (池波正太郎真田太平記館) พิพิธภัณฑ์ที่เป็นอนุสรณ์รำลึกถึงผู้เขียนและเสน่ห์ของ Sanada Taiheiki ที่เป็นผลงานเขียนอันเป็นที่รักของเขา

 

Ikenami Shotaro Sanada Taiheiki-kan (池波正太郎真田太平記館)
ที่อยู่: 3-7-3 Chuo, Ueda-shi, Nagano 386-0012
การเดินทาง: เดิน 10 นาทีจากสถานี JR Ueda (上田駅)
เวลาทำการ: 10:00–18:00 น. (ปิดทุกวันพุธและในช่วงวันหยุดปีใหม่)
ค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่ 400 เยน

 

อนุสรณ์สิบผู้กล้าแห่งซานาดะ

อนุสรณ์ของสิบผู้กล้าแห่งซานาดะที่พบเห็นได้รอบๆ เมืองอุเอดะ (เครดิตภาพ: JR East / Maruyama)

 

นอกจาก Sanada Taiheiki แล้ว อีกงานเขียนหนึ่งเกี่ยวกับซานาดะ ยูคิมูระที่มีชื่อเสียงก็คือ Sanada Sandaiki (真田三代記) ที่นำเสนอเรื่องสิบผู้กล้าแห่งซานาดะ (真田十勇士 Sanada Jūyūshi) กลุ่มนักรบ 10 คนที่ช่วยสนับสนุนซานาดะ ยูคิมุระ แม้ว่านักรบกลุ่มนี้จะเป็นเพียงตัวละครที่ถูกแต่งขึ้น แต่ก็มีความเชื่อว่าตัวละครเหล่านี้ถูกอิงมาจากบุคคลในประวัติศาสตร์ที่มีอยู่จริง โดย 10 นักรบนี้ได้แก่

  • ซารุโทบิ ซาสุเกะ (猿飛 佐助)
  • คิริกาคุเระ ไซโซ (霧隠 才蔵)
  • มิโยชิ เซย์ไค (三好 清海)
  • มิโยชิ อิสะ (三好 伊三)
  • อานายามะ โคสุเกะ (穴山 小助)
  • ยูริ คามาโนะสุเกะ (由利 鎌之助)
  • คาเคย์ จูโซ (筧 十蔵)
  • อุนโนะ โรคุโร (海野 六郎)
  • เนสุ จินปาจิ (根津 甚八)
  • โมจิสึกิ โรคุโร (望月 六郎)
  •  

ในเมืองอุเอดะ คุณจะพบเห็นอนุสรณ์ของสิบผู้กล้าแห่งซานาดะที่กระจายอยู่รอบตัวเมือง ดังนั้น ลองมาเดินรอบๆ เพื่อสำรวจเมืองและตามหาอนุสรณ์เหล่านี้กันดูไหม? สำหรับจุดเริ่มต้นนั้น หนึ่งในอนุสรณ์จะตั้งอยู่ข้างนอก Ikenami Shotaro Sanada Taiheiki-kan พอดีเลย คุณสามารถตามหาอนุสรณ์ที่เหลือได้ตามตำแหน่งในแผนที่ข้างล่าง

 

แผนที่อนุสรณ์สิบผู้กล้าแห่งซานาดะรอบๆ เมืองอุเอดะ

 

หมู่บ้านซานาดะ

จากเมืองอุเอดะห่างออกไปราว 7 กม. ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือจะเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านซานาดะ (真田の郷) ซึ่งเคยเป็นที่มั่นหลักของตระกูลซานาดะ โดยก่อนที่ปราสาทอุเอดะจะถูกสร้างขึ้นนั้น ว่ากันว่าฐานที่มั่นของตระกูลซานาดะเคยอยู่ที่นี่

 

ด้านนอกของพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ตระกูลซานาดะ (เครดิตภาพ: Ueda City Multimedia Information Center)

 

แม้ว่าสิ่งก่อสร้างส่วนใหญ่ของที่นี่จะเหลือเพียงซากแล้ว แต่จะมีพิพิธภัณฑ์แห่งหนึ่งที่เล่าเรื่องเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของตระกูลซานาดะโดยเฉพาะอยู่ และมีพื้นที่กว้างขวางซึ่งเหมาะสำหรับการเดินเล่น ปั่นจักรยาน และเพลิดเพลินกับวิวธรรมชาติเป็นอย่างยิ่ง

 

Sanada Clan History Museum

การจัดแสดงชุดเกราะที่ Sanada Clan History Museum (เครดิตภาพ: Ueda City Multimedia Information Center)

 

ระหว่างที่อยู่ในหมู่บ้านซานาดะ Sanada Clan History Museum คือจุดที่ต้องไปถ้าคุณอยากรู้จักตระกูลซานาดะเพิ่มเติม พิพิธภัณฑ์แห่งนี้จัดแสดงสิ่งของมากมายเกี่ยวกับตระกูลซานาดะ ไม่ว่าจะเป็นเอกสารเก่าแก่ ชุดเกราะ รูปวาด และโมเดลสามมิติเกี่ยวกับเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์ สิ่งที่แฟนคลับตระกูลซานาดะน่าจะชอบกันเป็นพิเศษก็คือบรรดาชุดเกราะที่ถูกซ่อมแซมขึ้นมาใหม่อย่างละเอียดประณีต โดยเป็นชุดเกราะของสามพ่อลูกได้แก่ ซานาดะ มาซายูกิผู้เป็นพ่อ โนบุยูกิผู้เป็นลูกคนโต และยูคิมุระที่เป็นลูกชายคนรอง

 

Sanada Clan History Museum (真田家歴史館)
ที่อยู่: 2984-1 Motohara, Sanadamachi, Ueda-shi, Nagano 386-2202
การเดินทาง: จากสถานี JR Ueda (上田駅) ให้นั่งรถบัสสาย Sanada-Sugadaira มาลงที่ป้าย Yukimura no Sato Yume Kobo-mae (幸村の里夢工房前) จากนั้นเช่าจักรยานที่ Yukimura Yume Kobo แล้วปั่นอีก 15 นาทีเพื่อมาที่พิพิธภัณฑ์
เวลาทำการ: 09:00–16:00 น. (ปิดทุกวันอังคาร ยกเว้นช่วงกลางเดือนกรกฎาคมจนถึงสิ้นเดือนสิงหาคมซึ่งจะเป็นช่วงที่เปิดให้เข้าชมทุกวัน)
ค่าเข้า: ผู้ใหญ่ 250 เยน

 

ซากคฤหาสน์ซานาดะ

ซากคฤหาสน์ซานาดะ (เครดิตภาพ: Ueda City Multimedia Information Center)

 

ณ ทำเลติดๆ กับ Sanada Clan History Museum นี้จะเป็นที่ตั้งของซากคฤหาสน์ตระกูลซานาดะ (真田氏館跡 Sanada-shi yakata-ato) ว่ากันว่าที่นี่เคยเป็นที่อยู่อาศัยและเป็นฐานที่มั่นของตระกูลซานาดะ อีกทั้งเป็นที่ที่ซานาดะ มาซายูกิและครอบครัวเคยอยู่อาศัยมาก่อนที่ปราสาทอุเอดะจะถูกสร้างขึ้นด้วย ปัจจุบันพื้นที่บริเวณนี้ได้รับการบำรุงรักษาในฐานะสวนคฤหาสน์ และเป็นจุดชมดอกอาซาเลีย (ツツジ tsutsuji) สีสันสดใสในฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งจะบานในช่วงกลางจนถึงปลายเดือนพฤษภาคม

 

ซากปราสาทซานาดะฮนโจ

ซากปราสาทซานาดะฮนโจ (เครดิตภาพ: Ueda City Multimedia Information Center)

 

ซากปราสาทซานาดะฮนโจ (真田氏本城跡 Sanada-shi Honjо̄ Ato) เป็นซากที่เหลืออยู่ของปราสาทบนภูเขาซึ่งเคยเป็นบ้านของตระกูลซานาดะมาทั้งหมดสามรุ่นจนกระทั่งซานาดะ มาซายูกิสร้างปราสาทอุเอดะขึ้นมา ว่ากันว่าปราสาทซานาดะฮนโจเคยถูกใช้เป็นศูนย์บังคับบัญชาในการสู้รบหลายครั้ง เพราะที่นี่เป็นป้อมปราการที่ใช้ลักษณะพื้นที่ทางธรรมชาติให้เป็นประโยชน์

 

ณ ความสูง 890 ม. นี้คุณสามารถมองชมเมืองอุเอดะที่อยู่เบื้องล่างได้ชัดๆ และอาจจะนึกภาพได้ว่าซานาดะ มาซายูกิรู้สึกอย่างไรเวลาที่เขากำลังวางแผนรบเมื่อหลายศตวรรษก่อน แม้ว่าโครงสร้างส่วนใหญ่ของปราสาทจะไม่เหลือให้เห็นแล้ว แต่คุณยังสามารถเห็นบางส่วนของโดรุอิ (土塁 กำแพงดินสำหรับป้องกันการบุกรุก) ฐานหิน และคูน้ำที่ว่างเปล่าได้

 

แผนที่สถานที่ที่เกี่ยวข้องกับตระกูซานาดะที่แนะนำในบทความนี้

 

เทศกาลอุเอดะซานาดะ

เทศกาลอุเอดะซานาดะ (เครดิตภาพ: Ueda City Multimedia Information Center)

 

ตระกูลซานาดะมีบทบาทสำคัญในประวัติศาสตร์ของเมืองอุเอดะ และทุกๆ ปีในช่วงปลายเดือนเมษายน ทางสวนปราสาทอุเอดะจะจัดเทศกาลอุเอดะซานาดะ (上田真田まつり Ueda Sanada Matsuri) ประจำปีขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ตระกูลซานาดะ ผู้เข้าร่วมงานนับร้อยจะเข้าร่วมขบวนแห่ที่เคลื่อนตัวรอบสวนปราสาทอุเอดะและถนนย่านการค้าหลักของเมืองอุเอดะ โดยพวกเขาจะแต่งตัวแบบย้อนยุคเช่นสวมชุดเกราะสีแดงสดและถือธงที่มีตราโรคุมงเซ็น (六文銭) ซึ่งเป็นตราประจำตระกูลอุเอดะ

 

การสาธิตยิงปืนยาว (เครดิตภาพ: Ueda City Multimedia Information Center)

 

ภายในเทศกาลยังมีไฮไลท์เป็นการแสดงกลองไทโกะที่มีนักตีกลอง 100 คนด้วย แต่กิจกรรมหนึ่งที่น่าตื่นเต้นที่สุดของเทศกาลนี้ก็คงไม่พ้นการสาธิตยิงปืนยาวของหน่วยพลทหารปืน การสาธิตยิงปีนนี้จะจัดขึ้นที่ปราสาทอุเอดะ โดยหน่วยพลทหารปืนในชุดเกราะสีแดงพร้อมธงสีแดงที่มีตราโรคุมงจะยิงปืนยาวสมัยยุคสงคราม สร้างความตื่นตาให้กับกลุ่มผู้ชม ถ้าคุณวางแผนจะมาเที่ยวอุเอดะในช่วงปลายเดือนเมษายนล่ะก็ ห้ามพลาดเทศกาลนี้เชียว!

 

③ เบชโชออนเซ็น

เมืองอุเอดะถือเป็นจุดท่องเที่ยวในช่วงสุดสัปดาห์ชั้นเยี่ยม เนื่องจากจุดชมวิวต่างๆ นั้นตั้งอยู่ใกล้ๆ กันหรือไม่ก็เป็นสถานที่ที่เดินทางไปได้ง่าย ถ้าคุณชอบการเที่ยววัดที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และแช่ออนเซ็น อย่าลืมเพิ่มเบชโชออนเซ็น (別所温泉 Bessho Onsen) ไว้ในแพลนเที่ยวของคุณด้วยนะ

 

รถไฟ Uedadentetsu ที่กำลังออกจากสถานี Ueda (เครดิตภาพ: JR East / Maruyama)

 

เพียงนั่งรถไฟสาย Uedadentetsu Bessho (上田電鉄別所線 Uedadentetsu Bessho-sen) จากเมืองอุเอดะไป 30 นาทีก็จะถึงเบชโชออนเซ็น สถานที่ที่มีประวัติความเป็นมากว่า 1,400 ปี และถือเป็นหมู่บ้านออนเซ็นที่เก่าแก่ที่สุดของจังหวัดนากาโนะ ในช่วงยุคคามาคุระ (ค.ศ. 1192-1333) ที่นี่ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางอำนาจของรัฐบาลแห่งชินชูซึ่งเป็นชื่อเก่าของจังหวัดนากาโนะ ทำให้บางครั้งที่นี่ถูกเรียกว่าคามาคุระแห่งชินชู (信州の鎌倉 Shinshū no Kamakura) เบชโชออนเซ็นเป็นสถานที่ขนาดเล็ก โดยนอกจากออนเซ็นแล้วที่นี่ยังมีวัดอารามสวยสง่าที่ถูกสร้างขึ้นเมื่อหลายศตวรรษก่อน

 

ออนเซ็น

จากซ้ายตามเข็มนาฬิกา: อิชิยุ, ไอโซเมะ โนะ ยุ, ไดชิยุ (เครดิตภาพ: Ueda City Multimedia Information Center)

 

ต่อให้คุณไม่ได้นอนค้างคืน เบชโชออนเซ็นก็มีโรงอาบน้ำสี่แห่งสำหรับให้นักท่องเที่ยวที่มาแบบไปเช้าเย็นกลับสามารถมาแช่กันได้ แล้วก็ลองมองหาอิชิยุ (石湯 Ishiyu) ดูนะ ซึ่งจะเป็นน้ำพุร้อนที่ออกมาจากหินธรรมชาติตรงตามชื่อเลย

 

ว่ากันว่าบรรดาแม่ทัพของตระกูลซานาดะต่างมาที่เบชโชออนเซ็นกันเพื่อรักษาบาดแผลจากการสู้รบ และเบชโชออนเซ็นยังถูกพูดถึงเป็นอย่างมากในนิยาย Sanada Taiheiki และคุณรู้ไหม? อนุสรณ์หินที่ตั้งอยู่ข้างนอกอิชิยุที่เขียนว่า “真田幸村公隠しの湯” (ออนเซ็นลับของซานาดะ ยูคิมุระ) นั้นถูกเขียนด้วยมือของอิเคนามะ โชทาโร่ผู้เขียน Sanada Taiheki นั่นเอง

 

ออนเซ็นเท้านานะคุริที่เบชโชออนเซ็น (เครดิตภาพ: Ueda City Multimedia Information Center)

 

ถ้าคุณอยากแช่น้ำแป๊บๆ เพื่อพักเอาแรงก่อนหรือหลังเดินเที่ยวรอบเบชโชออนเซ็นล่ะก็ จะมีออนเซ็นเท้าสองจุดให้นักท่องเที่ยวใช้บริการกันได้ นั่นคือนานะคุริ (ななくり) และโอยุ ยุคาชิ โนะ ยุ (大湯薬師の湯) ออนเซ็นเท้านานะคุรินั้นถูกสร้างด้วยไม้และมีรูปทรงแปดเหลี่ยมเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งเป็นการสื่อถึงวัดอันราคุจิ วัดสุดพิเศษที่เราจะแนะนำกันต่อไป

 

วัดอันราคุจิ

เจดีย์ไม้แปดเหลี่ยมของวัดอันราคุจิ (เครดิตภาพ: photoAC)

 

วัดอันราคุจิ (安楽寺) เป็นวัดนิกายเซ็นที่เก่าแก่ที่สุดของจังหวัดนากาโนะ และมีเจดีย์ไม้สามชั้นทรงแปดเหลี่ยม (八角三重塔 Hakkaku Sanjū-no-Tо̄) อันโด่งดัง ซึ่งเป็นเจดีย์แปดเหลี่ยมแห่งเดียวที่ยังคงเหลืออยู่ในประเทศญี่ปุ่น คาดกันว่าวัดอันราคุจิถูกสร้างขึ้นในยุคคามาคุระซึ่งเป็นช่วงที่วัดแห่งนี้ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรมและการศึกษา

 

เจดีย์แห่งนี้อยู่บนไหล่เขาหลังพระอุโบสถของวัดอันราคุจิโดยตั้งอยู่ท่ามกลางต้นสนสีเขียวชอุ่ม ด้วยความเป็นสถานที่สำคัญ ทำให้เจดีย์สามชั้นทรงแปดเหลี่ยมของวัดอันราคุจิได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นหนึ่งในสมบัติแห่งชาติของญี่ปุ่น

 

วัดอันราคุจิ (安楽寺)
ที่อยู่: 2361 Bessho Onsen, Ueda-shi, Nagano 386-1431
การเดินทาง: เดิน 15 นาทีจากสถานี Bessho Onsen (別所温泉駅) ของทางรถไฟสาย Uedadentetsu Bessho
เวลาทำการ: 08:00–17:00 น. (มีนาคม-ตุลาคม) / 08:00–16:00 น. (พฤศจิกายน-กุมภาพันธ์)
ค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่ 300 เยนสำหรับการเข้าชมเจดีย์

 

วัดโจราคุจิ

วัดโจราคุจิเป็นวัดที่มีหลังคามุง (เครดิตภาพ: photoAC)

 

อีกที่หนึ่งที่เดินไปได้จากสถานี Bessho Onsen ก็คือวัดโจราคุจิ (常楽寺 Jо̄rakuji) วัดที่มีจุดเด่นเฉพาะตัว ซึ่งจุดเด่นที่ว่านี้ก็คือหลังคามุงซึ่งเป็นอะไรที่แปลกตามากสำหรับวัด ข้างหลังวัดจะมีบรรดาเจดีย์หินซึ่งเชื่อกันว่าถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 1262 และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่สำคัญของญี่ปุ่น พื้นที่วัดแห่งนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์ศิลปะเล็กๆ แห่งหนึ่งที่มีผลงานจัดแสดงมากมาย เช่นเอมะ (絵馬 แผ่นไม้สำหรับขอพร) ที่มีรูปวาดของโฮคุไซซึ่งเป็นศิลปินอุคิโยะเอะชื่อดัง

 

วัดโจราคุจิ (常楽寺)
ที่อยู่: 2347 Bessho Onsen, Ueda-shi, Nagano 386-1431
การเดินทาง: เดิน 10 นาทีจากสถานี Bessho Onsen (別所温泉駅) ของทางรถไฟสาย Uedadentetsu Bessho
เวลาทำการ:
     วัด: 06:30–17:00 น. (เมษายน-ตุลาคม) / 07:00–16:00 น. (พฤศจิกายน-มีนาคม)
     พิพิธภัณฑ์ศิลปะ: 09:00–17:00 น. (ปิดทำการช่วง 26 ธันวาคม - 25 มกราคม)
ค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่ 100 เยนสำหรับเข้าชมวัด, ผู้ใหญ่ 500 เยนสำหรับเข้าชมพิพิธภัณฑ์ศิลปะ

 

วัดคิตามุกิ คันนน

วัดคิตามุคิ คันนน (เครดิตภาพ: photoAC)

 

ปิดท้ายวัดที่ห้ามพลาดในเบชโชออนเซ็นกันด้วยวัดคิตามุกิ คันนน (北向観音 Kitamuki Kannon) ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะ Power Spot ที่ให้โชคด้านความรักและความสัมพันธ์ ชื่อ “คิตามุกิ” แปลว่า “หันไปทางทิศเหนือ” และคันนน (เจ้าแม่กวนอิม) คือพระโพธิสัตว์แห่งความเมตตาในศาสนาพุทธ วัดอารามส่วนใหญ่จะหันไปทางทิศใต้ แต่วัดคิตามุกิ คันนนจะหันไปทางทิศเหนือ ซึ่งเป็นทิศที่วัดเซ็นโคจิ (善光寺 Zenkо̄ji) ของเมืองนากาโนะตั้งอยู่ และนี่เองที่เป็นที่มาของชื่อวัดแห่งนี้

 

ในขณะที่เชื่อกันว่าวัดเซ็นโคจิจะให้พรด้านชีวิตในชาติหน้า ทางวัดคิตามุกิ คันนนจะให้พรสำหรับชีวิตในชาตินี้ ดังนั้น ผู้คนจึงเชื่อกันว่าการเยี่ยมสักการะวัดทั้งสองแห่งจะให้โชคดีสุดๆ ถ้าคุณเคยไปที่วัดเซ็นโคจิแล้ว อย่าลืมแวะมาวัดคิตามุกิ คันนนกันให้ได้สักวันนะ!

 

วัดคิตามุกิ คันนน (北向観音)
ที่อยู่: 1666 Bessho Onsen, Ueda-shi, Nagano 386-1431
การเดินทาง: เดิน 10 นาทีจากสถานี Bessho Onsen (別所温泉駅) ของทางรถไฟสาย Uedadentetsu Bessho
เวลาทำการ: เปิดตลอด 24 ชม.
ค่าเข้าชม: ฟรี

 

Map of places in Bessho Onsen mentioned in this article.

 

แผนที่สถานที่ในเบชโชออนเซ็นที่แนะนำในบทความนี้

 

④ อาหาร

ไม่มีทริปไหนที่จะสมบูรณ์ได้ถ้าขาดอาหารดีๆ ไป และเมืองอุเอดะมีอาหารอร่อยๆ ที่คุณต้องลองให้ได้ระหว่างอยู่ที่นั่น ชินชูมีอาหารท้องถิ่นอร่อยๆ มากมายที่ถือกำเนิดมาจากการที่พื้นที่บริเวณนี้เป็นพื้นที่ภูเขา ซึ่งรวมถึงพื้นที่เมืองอุเอดะเองด้วยเช่นกัน ฉันอยากขอแนะนำบรรดา Soul Food ของเมืองอุเอดะ ได้แก่อันคาเกะ ยากิโซบะ และอีกสองเมนูชั้นหรูอร่อยๆ ของเมืองอุเอดะ นั่นคือโออิดาเระ ยากิโทริ และเห็ดมัตสึทาเกะ

 

อันคาเกะ ยากิโซบะ

อันคาเกะ ยากิโซบะ เมนู Soul Food ของเมืองอุเอดะ (เครดิตภาพ: JR East / Maruyama)

 

ทุกๆ ภูมิภาคต่างมี Soul Food เป็นของตัวเอง โดยจะเป็นเมนูที่ให้ความอบอุ่นใจและเป็นที่รักซึ่งทุกคนจะรับประทานกันตามวาระและโอกาส ซึ่งเมนู Soul Food ในเมืองอุเอดะแห่งนี้คืออันคาเกะ ยากิโซบะ (あんかけ焼きそば) เมนูที่นำเส้นไปผัดกับซอสอร่อยเข้มข้นที่มักจะทำจากซุปดาชิซึ่งใส่แป้งจนข้น ตัวเส้นนั้นมักจะโรยหน้าด้วยเนื้อหมู อาหารทะเล และผักแบบจุใจ โดยบางครั้งผู้คนที่อยู่นอกเมืองอุเอดะจะเรียกเมนูนี้ว่า “อุเอดะ ยากิโซบะ” (上田焼きそば) กัน

 

โออิดาเระ ยากิโทริ

โออิดาเระ ยากิโทริ (เครดิต: Ueda City Multimedia Information Center)

 

เมื่อมาเที่ยวที่เมืองอุเอดะ เมนูหนึ่งที่คุณต้องลองให้ได้ก็คือโออิดาเระ ยากิโทริ (美味だれ焼き鳥) ยากิโทริ (焼き鳥 ไก่เสียบไม้ย่าง) เป็นเมนูที่หาชิมได้ทุกที่ในญี่ปุ่น แต่สิ่งที่ทำให้โออิดาเระ ยากิโทริของเมืองอุเอดะมีความพิเศษก็คือซอสที่อร่อยมัดใจสุดๆ ซอสที่มีความเผ็ดนิดๆ นี้ใช้กระเทียมบดและซอสถั่วเหลืองเป็นเบส ซึ่งเข้ากับเนื้อไก่และช่วยดึงรสชาติออกมาได้เป็นอย่างดี ช่างสมชื่อ “โออิดาเระ” ที่แปลว่า “ซอสอร่อย” สุดๆ ไปเลยว่าไหม?

 

ตัวยากิโทริจะถูกทาซอสก่อนที่คุณจะรับประทานมัน ดังนั้นคุณจึงสามารถเลือกได้ว่าอยากให้ทาซอสมากหรือน้อยเท่าไหร่ โออิดาเระ ยากิโทริเป็นเมนูท้องถิ่นที่หลายคนชื่นชอบมานานกว่าครึ่งศตวรรษ และคุณสามารถหาชิมเมนูนี้ได้ในร้านยากิโทริและอิซากายะหลายร้านทั่วเมืองอุเอดะ

 

เห็ดมัตสึทาเกะ

อาหารเมนูมัตสึทาเกะ (เครดิตภาพ: JR East / Kobori)

 

สำหรับอาหารต่อไปมัตสึทาเกะ (松茸) นั้นเป็นเมนูที่มีเฉพาะฤดูกาล ดังนั้นถ้าคุณมาเที่ยวเมืองอุเอดะในช่วงฤดูใบไม้ร่วงล่ะก็ลองหาชิมกันให้ได้นะ มัตสึทาเกะเป็นเห็ดที่ราคาแพงที่สุดของญี่ปุ่นและไม่สามารถเพาะปลูกได้ โดยเห็ดมัตสึทาเกะจะมีให้เก็บได้เฉพาะที่โตตามธรรมชาติในป่าเท่านั้น และรู้อะไรไหม? นากาโนะเป็นแหล่งผลิตเห็ดมัตสึทาเกะอันดับหนึ่งของญี่ปุ่นเชียวนะ โดยเฉพาะในพื้นที่บริเวณเมืองอุเอดะและเบชโชออนเซ็นซึ่งเก็บเกี่ยวมัตสึทาเกะได้เป็นจำนวนมาก ดังนั้นในทุกๆ ฤดูใบไม้ร่วงที่เป็นฤดูกาลของมัตสึทาเกะคุณจะพบเจอร้านอาหารมัตสึทาเกะแบบเฉพาะทางหลายร้านที่นั่น

 

ร้านอาหารเฉพาะทางระดับ High-end เหล่านี้ยังมีเซ็ตอาหารมัตสึทาเกะที่เสิร์ฟเป็นคอร์สอีกด้วย โดยจะเป็นการเสิร์ฟอาหารหลายจานที่มีมัตสึทาเกะเป็นวัตถุดิบหลัก เห็ดมัตสึทาเกะจะมีรสชาติเผ็ดเฉพาะตัวและกลิ่นหอมเข้ม อีกทั้งสามารถนำมาทำอาหารได้หลายแบบด้วย อย่างไรก็ตาม ถ้าจะให้ดึงรสชาติเห็ดออกมาได้จริงๆ ขอแนะนำให้ย่างรับประทานเลย!

 

การเดินทาง

ด้านนอกสถานี Ueda พร้อมนายสถานีทั้งสาม (เครดิตภาพ: JR East / Maruyama)

 

เมืองอุเอดะเป็นเมืองปราสาทที่เล็กและสวยงาม อีกทั้งยังเต็มไปด้วยประวัติศาสตร์เกี่ยวกับซามูไร พร้อมมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและออนเซ็นที่สามารถไปถึงได้โดยนั่งรถไม่นาน เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการเที่ยวไปเช้าเย็นกลับหรือทริปสั้นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณเดินทางมาจากโตเกียวหรือนากาโนะ เพราะงั้นมาเที่ยวที่นี่ให้ได้นะ!

 

คุณสามารถมาที่สถานี JR Ueda ได้เพียงนั่งรถ Hokuriku Shinkansen 90 นาทีจากสถานี JR Tokyo (東京駅) หรือนั่ง Hokuriku Shinkansen 10 นาทีจากสถานี JR Nagano (長野駅)

 

JR EAST PASS (Nagano, Niigata area)

ตั๋ว JR EAST PASS (Nagano, Niigata area) และพื้นที่ที่ครอบคลุม (เครดิตภาพ: JR East)

 

ถ้าคุณกำลังคิดเรื่องเที่ยวเมืองอุเอดะและจังหวัดนากาโนะอยู่ล่ะก็ ขอแนะนำ JR EAST PASS (Nagano, Niigata area) ตั๋ว Pass ราคาย่อมเยาที่ให้คุณนั่งรถไฟบนทางรถไฟของ JR East ได้อย่างไม่จำกัดเที่ยว (รวมถึงชินกันเซ็น) ในพื้นที่ที่ตั๋วครอบคลุมตลอดระยะเวลา 5 วันติดกัน ด้วยราคาเพียง 18,000 เยนเท่านั้น ตั๋วนี้จึงมีราคาถูกกว่าค่าเดินทางไป-กลับระหว่างสนามบินนาริตะและเมืองอุเอดะ (~19,900 เยน) คุณยังสามารถจองที่นั่งบนรถไฟชินกันเซ็น รถด่วนพิเศษบางขบวน และรถไฟ Joyful Train บนช่องทางออนไลน์ล่วงหน้านานถึง 1 เดือนได้ฟรีที่นี่

 

ตั๋ว JR EAST PASS (Nagano, Niigata area) สามารถใช้กับประตูอัตโนมัติได้ และผู้ถือพาสปอร์ตต่างชาติที่อาศัยอยู่ในญี่ปุ่นก็สามารถใช้ตั๋วนี้ได้ด้วย

 

เครดิตภาพปก: Ueda City Multimedia Information Center
Translated by ANNGLE

 

บทความที่เกี่ยวข้อง

Share this article:
TSC-Banner
2402-Right