Japan Rail Times
The
Rail Way
to Travel
2208-Jibiru-Left
Rail Travel

ราชินีแห่งเทือกเขาแอลป์ตอนเหนือ: เขาสึบาคุโระ!

ราชินีแห่งเทือกเขาแอลป์ตอนเหนือ: เขาสึบาคุโระ!

รู้หรือไม่? ด้วยความที่มีภูเขาสวยงามมากมายตั้งอยู่ในพื้นที่ จังหวัดนากาโนะจึงเป็นจังหวัดที่มีค่าเฉลี่ยของระดับภูมิประเทศสูงที่สุดในญี่ปุ่น (1,132 ม.) และเป็นที่ที่ห้ามพลาดสำหรับใครที่กำลังมองหาจุดเดินเขาที่ให้วิวราวกับกำลังเดินอยู่ที่เทือกเขาแอลป์! ในบทความนี้ ฉันจะพาคุณไปรู้จักกับเขาสึบาคุโระ(燕岳 สึบาคุโระดาเกะ) ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับการเดินเขาในเทือกเขาแอลป์ตอนเหนือ

 

เขาสึบาคุโระหรือชื่อเล่นว่า “ราชินีแห่งเทือกเขาแอลป์ตอนเหนือ” ที่ตั้งอยู่ในจังหวัดนากาโนะนั้นเป็นจุดเดินเขาที่ห้ามพลาดสำหรับคนรักที่สูง ด้วยความสูงของยอดเขาที่สูงถึง 2,763 ม. นี้ การได้ปีนขึ้นเขาสึบาคุโระเพื่อมองยอดเขาแห่งอื่นที่ติดอันดับยอดเขาที่สูงที่สุดในญี่ปุ่นนั้นเป็นประสบการณ์ที่หาที่ไหนไม่ได้อีก คุณจะรู้สึกได้ถึงความกว้างใหญ่อันไร้ขีดจำกัดของโลก และวิวตระการตาของเทือกเขาแอลป์ตอนเหนือ (และพระอาทิตย์ขึ้น) จากบนยอดเขานั้นเป็นวิวที่ชวนตื่นตาตื่นใจและยากจะหาที่ไหนเทียบได้ แม้การปีนเขาสึบาคุโระจะเป็นการปีนเขาที่ชันและเหนื่อย แต่ระหว่างทางจะมีม้านั่ง (Bench) ให้แวะพักอยู่มากมาย และกิจกรรมปีนเขาที่นี่ยังเป็นกิจกรรมวันหยุดที่คนทุกวัยสามารถมาร่วมสนุกเพื่อออกกำลังกายได้ด้วย ดังนั้นฉันจึงให้เขาสึบาคุโระแห่งนี้เป็นภูเขาแห่งที่สองที่ฉันจะมาปีนคนเดียวแบบค้างคืน หลังจากที่ฉันได้ลองพิชิตเขาฟูจิเมื่อปี 2016

 

Nakabusa Onsen ณ จุดเริ่มต้นทางเดินเขาและมื้อเย็น (ภาพบน) กับบรรยากาศด้านนอก Ariake Sanso และมื้อเย็น (ภาพล่าง) (เครดิตรูปภาพ: JR East / Carissa Loh (ภาพบน) และ Akio Kobori (ภาพบน))

 

เนื่องจากการปีนขึ้นเขานั้นใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมง ฉันขอแนะนำให้คุณค้างคืนที่ออนเซ็นใกล้ๆ กับจุดเริ่มต้นทางเดินเขา โดยมี Nakabusa Onsen (中房温泉) หรือ Ariake Sanso (有明山荘) ให้เลือก โดยรถบัสประจำทางจะพาเราขึ้นมาถึงจุดเริ่มต้นทางเดินขึ้นเขาทำให้เราเดินทางมาเขาสึบาคุโระสะดวก สำหรับตำแหน่งที่ตั้งนั้น Nakabusa Onsen จะใกล้กับทางขึ้นมากกว่า แต่ก็เป็นที่พักที่เก่ากว่าและดูโทรมเล็กน้อย สำหรับ Ariake Sanso นั้นเป็นที่พักที่ใหม่กว่า แต่อยู่ด้านล่างของเนินเขาที่ห่างจากทางขึ้นเขาไป 15 นาที ทั้งนี้ การได้ลงแช่ออนเซ็นที่ชวนผ่อนคลายและอร่อยกับอาหาร ไคเซกิ (懐石 มื้ออาหารดั้งเดิมของญี่ปุ่นที่เสิร์ฟอาหารหลากหลาย) ก็เป็นวิธีเติมพลังชั้นดีก่อนจะตะลุยปีนเขากันต่อในวันถัดไป

 

เรื่องที่น่าสนใจที่ฉันได้ยินมาคือ โรงเรียนมัธยมต้นหลายแห่งในนากาโนะมักจะพานักเรียนมาปีนเขาสึบาคุโระเพื่อปลูกฝังความรักในธรรมชาติและภูเขาให้กับนักเรียน นอกจากนี้ ใน 100 อันดับภูเขาที่มีชื่อเสียงที่สุดของญี่ปุ่น (百名山 เฮียะคุเมซัน) นั้นมีภูเขาที่อยู่ในจังหวัดนากาโนะมากถึง 29 แห่งทีเดียว! ด้วยภูเขาที่สวยอลังการ และความรู้สึกที่ได้ขึ้นไปอยู่บนภูเขาเหล่านี้ จึงเป็นหนึ่งในเหตุผลว่าทำไมนากาโนะจึงเป็นจังหวัดที่ฉันชอบที่สุดในญี่ปุ่น

 

จุดแวะพักและวิวระหว่างทางขึ้นเขาสึบาคุโระ

จุดแวะพักทั้งสี่ระหว่างทางขึ้นเขาสึบาคุโระ (เครดิตรูปภาพ: JR East / Carissa Loh)

 

ระหว่างทางเดินขึ้นเขาสึบาคุโระจะมีจุดแวะพักมากมายอยู่ตามทาง และที่ยอดเขาจะมีกระท่อมภูเขา Enzanso (燕山荘 เอ็นซันโซ) รอต้อนรับอยู่ ตามทางจะมีบริเวณที่มีม้านั่งทั้งหมดสี่จุดที่ทำหน้าที่เป็นจุดเช็คพ้อยท์ที่อยู่ห่างกันออกไปจุดละ 50 นาที โดยจุดสุดท้ายมีชื่อว่า Fujimi Bench (富士見ベンチ) ที่ถ้าไปถึงในวันที่ฟ้าโปร่งเราจะมองเห็นภูเขาไฟฟูจิจากตรงนั้นได้ด้วย

 

Gassengoya จุดแวะพักสุดท้ายก่อนจะถึง Enzanso (เครดิตรูปภาพ: JR East / Akio Kobori (ซ้าย) และ Carissa Loh (ขวา))

 

เมื่อเดินจาก Fujimi Bench ขึ้นเขาไปอีก 50 นาที เราจะมาถึง Gassengoya (合戦小屋) ที่มีแตงโมเสิร์ฟในฤดูร้อนจนเป็นที่รู้จัก น่าเสียดายที่ฉันไปในช่วงปลายเดือนกันยายน 2018 ซึ่งเป็นช่วงที่หมดฤดูของแตงโมพอดี ส่วนหัวหน้าของฉันที่เป็นคนรักการเดินเขาเหมือนกันนั้นได้ไปที่นี่ตอนกลางเดือนกันยายน 2019 ซึ่งหัวหน้าก็มีโอกาสชิมแตงโมหวานฉ่ำได้สำเร็จ ช่วงปลายเดือนกันยายนนั้นนับว่าเป็นช่วงฤดูใบไม้ร่วงแล้วสำหรับพื้นที่บนภูเขา และต้นไม้ก็เริ่มจะเปลี่ยนสีให้เห็น โดยที่ Gassengoya ต้นไม้จะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทอง คนส่วนใหญ่จะหยุดแวะที่นี่เพื่อนั่งพักยาวๆ เป็นรอบสุดท้ายก่อนจะลุยต่ออีก 90 นาทีเพื่อขึ้นไปที่ Enzanso

 

วิวฤดูใบไม้ร่วงระหว่างทางขึ้นเขาสึบาคุโระ (เครดิตรูปภาพ: JR East / Carissa Loh)

 

การเดินขึ้นเขาสึบาคุโระเป็นการเดินขึ้นเขาที่ค่อนข้างชันแต่สนุก และที่ต่างออกไปจากการเดินขึ้นภูเขาไฟฟูจิคือที่นี่มีวิวธรรมชาติที่มีสีสันและวิวพาโนรามาให้เห็นมากมาย ยิ่งถ้าเป็นช่วงฤดูใบไม้ร่วงแล้ว เฉดสีทองและแดงสดใสของใบไม้เปลี่ยนสีที่เห็นนั้นจะทำให้คุณลืมความเหนื่อยของการปีนเขาชันเลยทีเดียว เขาสึบาคุโระนับเป็นหนึ่งใน “สามอันดับเขาที่ชันที่สุดในเทือกเขาแอลป์ตอนเหนือ” ระหว่างเดินขึ้นเขา 5.5 กม. คุณจะได้ไต่ระดับขึ้นสูงถึง 1,400 ม. เลยทีเดียว และขณะที่คุณเข้าใกล้ยอดเขา คุณจะมองเห็นเขายาริ (Mount Yari) เขาทรงแหลมคล้ายหอกโดดเด่นอยู่ไกลๆ และสักวันฉันจะต้องไปพิชิตเขายาริให้ได้!

 

ทันทีที่คุณมาถึง Enzanso คุณสามารถหยุดพักและหาอะไรมารองท้องก่อนจะไปที่ยอดเขาสึบาคุโระ ซึ่งต้องเดินต่อไปอีก 30 นาทีจึงจะถึง หรือถ้าคุณจะค้างคืน ก็สามารถเช็คอินและฝากกระเป๋าสัมภาระไว้ที่นี่แล้วค่อยไปที่ยอดเขาได้

 

ค้างคืนและสำรวจยอดเขาสึบาคุโระ

หินโลมา หรือ Dolphin Rock (ซ้าย) และยอดเขาสึบาคุโระ (ขวา) (เครดิตรูปภาพ: JR East / Carissa Loh)

 

ระหว่างทางขึ้นไปที่ยอดเขา คุณจะผ่านหินรูปร่างแปลกๆ ที่น่าสนใจ ซึ่งรวมถึงหินโลมา (Dolphin Rock) ที่เป็นไอคอนของที่นี่ คุณรู้สึกว่าคล้ายโลมาไหมคะ? และข้างหลังนั้นคือเขายาริ ภูเขาที่สูงอันดับห้าของญี่ปุ่นที่สูงถึง 3,180 ม. และเมื่อเดินไปตามสันเขาอีกเล็กน้อยก็จะมาถึงยอดเขาสึบาคุโระในที่สุด! ยอดเขาสึบาคุโระเป็นยอดเขาที่มีความสูง 2,763 ม. และมีหินก้อนเล็กสลักข้อความตั้งไว้เป็นเครื่องหมาย

 

แนวสันเขาที่ชวนตื่นตาตื่นใจบริเวณยอดเขาสึบาคุโระ (เครดิตรูปภาพ: JR East / Carissa Loh)

 

วิวรอบเขาสึบาคุโระเป็นวิวที่สวยมากๆ โดยเฉพาะในช่วงฤดูใบไม้ร่วงที่จะมีสีแสดและสีเหลืองของใบไม้เปลี่ยนสีมาเพิ่มสีสันให้กับทัศนียภาพโดยรอบ และคุณยังสามารถเห็นยอดเขาอื่นที่อยู่ไกลออกไปได้ เมื่อมองลงไปเบื้องล่างจะมองเห็นหุบเขาเป็นแถบสีเขียวขจี ตัวภูเขาที่เต็มไปด้วยหินเองก็เป็นการเพิ่มองค์ประกอบให้กับภาพที่เห็น โดยมีทั้งพื้นทรายสีขาวและหินสีเทาขรุขระที่แซมไปกับพืชไม้ตามแนวสันเขา

 

ด้วยวิวพาโนรามาที่กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตาและอากาศบริสุทธิ์ของภูเขานี้ ทำให้ฉันลืมความกังวลทั้งหมดในชีวิตไปได้ชั่วขณะหนึ่ง ฉันรู้ตัวว่ามักจะพูดแบบนี้อยู่เสมอ แต่ความรู้สึกที่ได้อยู่บนยอดสูงสุดของภูเขาเป็นความรู้สึกที่หาที่ไหนไม่ได้อีก เป็นความรู้สึกว่าโลกของเรานั้นช่างมหัศจรรย์ โลกของเรานั้นช่างกว้างใหญ่ และฉันโชคดีแค่ไหนที่มีชีวิตจนได้มาอยู่ ณ ที่แห่งนี้

 

ค้างคืนที่ Enzanso (เครดิตรูปภาพ: JR East / Carissa Loh)

 

นอกจากวิวตระการตาแล้ว อีกเหตุผลหนึ่งที่ฉันอยากมาเดินขึ้นเขาสึบาคุโระนั้นเป็นเพราะกระท่อมบนเขา Enzanso นั่นเอง Enzanso เป็นกระท่อมบนภูเขายอดนิยมแห่งหนึ่งที่ได้รับการโหวตให้เป็น “กระท่อมบนภูเขาที่อยากไปค้างมากที่สุด” อยู่หลายครั้ง เพราะงั้นฉันจึงต้องลองมาเยี่ยมที่นี่ดู ซึ่งที่นี่เป็นกระท่อมบนเขาที่สวยและได้รับการดูแลซ่อมแซมเป็นอย่างดี โดยทั่วไป เราจะได้ยินกันว่ากระท่อมบนภูเขาจะเป็นที่พักที่ค่อนข้างเบียดเสียดหน่อย แต่คงเพราะฉันมาในวันธรรมดาในช่วงปลายฤดูกาลปีนเขา และยังมีพยากรณ์อากาศว่าจะมีฝนตกในวันต่อไปด้วย ที่นี่จึงไม่ค่อยมีคนในวันที่ฉันไป และฉันยังได้ที่พักที่กว้างสำหรับห้าคนทั้งๆ ที่ไปแค่คนเดียวอีกด้วย และหลังจากที่ปีนเขาเหนื่อยๆ มาทั้งวัน การได้มาเติมพลังด้วยอาหารเย็นแสนอร่อยของ Enzanso นั้นให้ความรู้สึกที่มีความสุขสุดๆ ไปเลย

 

ปีนต่อไปอีกบนเขาสึบาคุระ

ภาพพระอาทิตย์ขึ้นที่เห็นได้จากเขาสึบาคุโระ (เครดิตรูปภาพ: JR East / Akio Kobori)

 

การได้เห็นภาพพระอาทิตย์ขึ้น ไม่ว่าจะจากยอดเขาไหนก็ตามล้วนเป็นประสบการณ์ที่วิเศษสุดๆ ภาพพระอาทิตย์ที่ค่อยๆ ลอยขึ้นโผล่พ้นทะเลเมฆหมอก (雲海 unkai) แล้วย้อมสีเมฆให้เป็นสีแดงและสีแสดนั้นเป็นภาพที่ชวนให้รู้สึกเคารพธรรมชาติและเป็นภาพที่สวยที่สุดเท่าที่คนคนหนึ่งจะเห็นได้ในชีวิต หลังได้สัมผัสความพิเศษนี้ในตอนเช้าแล้ว นักเดินทางส่วนมากจะรับประทานอาหารเช้าก่อนจะเริ่มเดินทางกลับไปที่ Nakabusa Onsen ซึ่งอยู่บริเวณต้นทางเดินขึ้นเขา

 

เขาสึบาคุโระเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางเดินเขาหลายเส้นในเทือกเขาแอลป์ตอนเหนือ นักเดินเขาที่เชี่ยวชาญหน่อยอาจจะไปต่อวันที่สองกันตามเส้นทางแบบ 3D2N ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเขาที่ผ่านยอดเขาทั้งสามในแนวเทือกเขานี้ ได้แก่เขาสึบาคุโระ เขาโอเท็นโช และเขาโจเน็น

 

วิวสุดอลังที่รอคุณอยู่ ณ เขาโอเท็นโช (บน) และระหว่างทางขึ้นเขา (ล่าง) (เครดิตรูปภาพ: JR East / Akio Kobori)

 

ถ้าคุณกำลังจะไปต่อกับทริปที่ยาวกว่านี้ เพียงเดินเขา 3.5 ชม.จาก Enzanso ลัดไปตามแนวสันเขาคุณก็จะไปถึงเขาโอเท็นโช (大天井岳, โอเท็นโชดาเกะ) ที่มียอดเขาสูงถึง 2,922 ม. จากบนนั้น เราสามารถเห็นวิวเทือกเขาแอลป์ตอนเหนือได้แบบพาโนรามา และเรายังจะเห็นยอดเขายาริที่เป็นรูปทรงหอกได้ใกล้กว่าเดิมอีกด้วย! และสำหรับนักเดินเขาที่ชำนาญ คุณสามารถไปตามเส้นทาง Omote Ginza (เขาสึบาคุโระ~เขาโอเท็นโช~เขายาริ) ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเขาแบบ 4D3N ที่คุณสามารถเดินไปตามแนวสันเขาเบื้องหน้า จนไปถึงยอดเขายาริได้ในวันที่สาม

 

ยอดเขาโจเน็น (เครดิตรูปภาพ: JR East / Akio Kobori)

 

สำหรับนักเดินเขามือโปรที่เดินทางตามเส้นทาง 3D2N สึบาคุโระ~โอเท็นโช~โจเน็น คุณสามารถเดินตามป้ายบอกทางต่อไปอีก 3.5 ชม. แล้วคุณจะไปถึงเขาโจเน็น (常念岳, โจเน็นดาเกะ) หนึ่งใน 100 อันดับภูเขาที่มีชื่อเสียงที่สุดของญี่ปุ่น ซึ่งมีความสูงที่ 2,857 ม. คุณสามารถค้างคืนที่กระท่อมบนภูเขา Jonengoya (常念小屋 โจเน็นโกะยะ) แล้วลงเขาผ่านทาง Ichinosawa ในเช้าวันถัดไปได้ โดยการเดินลงเขาจาก Jonengoya ใช้เวลาประมาณ 3.5 ชม.

 

เส้นทางเดินเขา

2D1N เขาสึบาคุโระ (สำหรับมือใหม่)

ระยะเวลาในการเดินทาง:
ทางขึ้นเขา Nakabusa Onsen /中房温泉登山口 (50 นาที) จุดแวะพัก Bench 1/第一ベンチ (50 นาที)จุดแวะพัก Bench 2/第二ベンチ(50 นาที)จุดแวะพัก Bench 3/第三ベンチ(50 นาที)จุดแวะพัก Fujimi Bench/富士見ベンチ (50 นาที)Gassengoya/合戦小屋 (90 นาที)กระท่อมบนเขา Enzanso ­/燕山荘 (30 นาที)ยอดเขาสึบาคุโระ /燕岳山頂

 

แพลนที่แนะนำ:
Day 1:
ทางขึ้นเขา Nakabusa Onsen → เขาสึบาคุโระ (ค้างคืนที่ Enzanso)
Day 2: เขาสึบาคุโระ → ทางขึ้นเขา Nakabusa Onsen

 

3D2N เส้นทางสึบาคุโระ~โอเท็นโช~โจเน็น (ระดับสูง)

ระยะเวลาในการเดินทาง:
ทางขึ้นเขา Nakabusa Onsen /中房温泉登山口
  → (ขึ้นเขา 6 ชม.) กระท่อมบนเขา Enzanso /燕山荘 (3.5 ชม.)เขาโอเท็นโช/大天井岳 (3.5 ชม.)เขาโจเน็น/常念岳(ลงเขา 3.5 ชม.) Ichinosawa /一ノ沢登山口

 

แพลนที่แนะนำ:
Day 1: ทางขึ้นเขา Nakabusa Onsen → เขาสึบาคุโระ (ค้างคืนที่ Enzanso)
Day 2: เขาสึบาคุโระ → เขาโอเท็นโช → เขาโจเน็น (ค้างคืนที่ Jonengoya)
Day 3: เขาโจเน็น → Ichinosawa

 

การเดินทางไปเขาสึบาคุโระ

เขาสึบาคุโระเป็นเขาที่ไปถึงได้ง่ายๆ ด้วยรถประจำทาง โดยรถบัสประจำทางจะพาคุณขึ้นไปถึงจุดเริ่มต้นเส้นทางเดินเขา ณ Nakabusa Onsen ที่เป็นจุดเริ่มต้นการเดินเขาสึบาคุโระ สำหรับการเดินทาง คุณสามารถนั่งรถบัส 55 นาทีจากสถานี JR Hotaka (穂高駅 โฮทากะเอกิ) ไป Nakabusa Onsen (中房温泉 นากะบุสะออนเซ็น) ได้ โดยมีค่าโดยสาร 1,800 เยนต่อเที่ยว คุณสามารถเช็คตารางเดินรถได้ ที่นี่ สำหรับการเดินทางไปสถานี JR Hotaka นั้น คุณสามารถนั่งรถไฟไปถึงได้ใน 30 นาทีจากเมืองมัตสึโมโตะที่เป็นเมืองใหญ่ในพื้นที่แถบนี้ และสำหรับการเดินทางไปสถานี JR Matsumoto (松本駅 มัตสึโมโตะเอกิ) นั้น คุณสามารถนั่งรถไฟไปถึงได้ใน 2.5 ชม.จากสถานี JR Shinjuku (新宿 ชินจุกุเอกิ) ผ่านทางรถไฟสาย JR Chūō ด้วยรถไฟ Limited Express Azusa ได้

 

ตั๋ว JR EAST PASS (Nagano, Niigata area) แบบใหม่และพื้นที่ที่ตั๋วครอบคลุม (เครดิตรูปภาพ: JR East)

 

นอกจากนี้หากคุณมีแผนจะเดินทางไปเมืองมัตสึโมโตะและพื้นที่อื่นๆ ในจังหวัดนากาโนะ เราขอแนะนำ JR EAST PASS (Nagano, Niigata area) ตั๋วโดยสารราคาย่อมเยาที่สามารถใช้ขึ้นรถไฟสาย JR East ได้ไม่จำกัดรอบ (รวมรถไฟชินกันเซ็น) ในพื้นที่ที่ตั๋วครอบคลุมได้ตลอดระยะเวลา 5 วันติดกัน ด้วยราคาเพียง 18,000 เยนเท่านั้น ตั๋วนี้จึงมีราคาถูกกว่าค่าโดยสารไปกลับระหว่างสนามบินนาริตะและ Hotaka (~20,000 เยน)นอกจากนี้คุณยังสามารถสำรองที่นั่งบนชินกันเซ็น รถด่วนพิเศษบางขบวน และ Joyful Train ได้ฟรีผ่านช่องทางออนไลน์ที่นี่โดยสามารถสำรองที่นั่งล่วงหน้าได้นานถึง 1 เดือน ถ้าคุณกำลังมองหาจุดเดินเขาอื่นๆ ในพื้นที่ ขอแนะนำคามิโคจิ ที่นั่งไปถึงได้ใน 90 นาทีจากมัตสึโมโตะ!

 

JR EAST PASS (Nagano, Niigata area) สามารถใช้งานได้กับประตูอัตโนมัติ และผู้ถือพาสปอร์ตต่างประเทศที่พำนักอยู่ในญี่ปุ่นก็สามารถใช้ตั๋ว Pass นี้ได้เช่นกัน

 

หมายเหตุ: ความเปลี่ยนแปลงในข้อกำหนดและราคาของตั๋ว JR EAST PASS (Nagano, Niigata area) จะมีผลบังคับใช้ ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2021 เป็นต้นไป อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่

 

เครดิตรูปภาพส่วนหัวบทความ: JR East / Carissa Loh
Translated by ANNGLE

 

บทความที่เกี่ยวข้อง

Share this article:
TSC-Banner
2208-Jibiru-RIght